ความสามารถของหลิวซิ่วเอ๋อร์และคนอื่น ๆ ได้พิสูจน์ให้ทุกคนในกองทัพเจิ้นเป่ยชุดใหม่เห็นถึงศักยภาพของพวกนางแล้ว
ในตอนนี้พวกเขาจึงไม่ได้รังเกียจในความเป็นสตรีของพวกนาง กลับกลายเป็นความเคารพนับถือ เพราะการที่สตรีจะก้าวมาถึงจุดนี้ได้นั้นยากยิ่งกว่าพวกเขาเสียอีก
แน่นอนว่า เสียงต้อนรับเหล่านั้นย่อมมีความคิดส่วนตัวแอบแฝงอยู่บ้าง
การที่ต้องอยู่ในค่ายทหารมองแต่บุรุษด้วยกันทุกวัน จะมีอะไรน่าสนใจ
การที่จู่ ๆ มีกองกำลังสตรีเพิ่มขึ้นมา พวกเขาก็จะได้ชื่นชมความงามกันบ้าง
เสียงโห่ร้องดังรอบด้าน ทำให้หัวใจของหลิวซิ่วเอ๋อร์และคนอื่น ๆ พลันเต้นระรัว สายตาของพวกนางมองไปทางที่หลี่เต้ายืนอยู่โดยไม่รู้ตัว
หลี่เต้ามองดูหญิงสาวทั้งหลาย แล้วยิ้มพลางพยักหน้าให้พวกนาง
…
หลังจากนั้นไม่นาน พิธีต้อนรับพวกหลิวซิ่วเอ๋อร์ก็สิ้นสุดลง ตามคำสั่งของหยางหลิน เหล่าทหารที่มามุงดูต่างทยอยกลับไปยังด่านฟู่เฟิง
ณ มุมหนึ่งที่ไม่มีใครสังเกตเห็น หยางเหยียนแอบนำทหารสองร้อยนายของตนเองหมายจะย่องกลับด่านฟู่เฟิง แต่จู่ ๆ ก็มีคนมาขวางทางเอาไว้
เขากำลังจะเงยหน้าขึ้นด่าด้วยความหงุดหงิด แต่พอเงยหน้าขึ้นมา ก็พบว่าเป็นคนที่เขาไม่อยากเจอที่สุด
“ท่านแม่ทัพ ท่านนี่…” หยางเหยียนกล่าวด้วยรอยยิ้มเจื่อน ๆ
หยางหลินสีหน้าเรียบเฉย พูดเข้าประเด็น “กลับไปแล้วหาไม้หวายมาให้ข้าหนึ่งอัน จากนั้นก็ไปคุกเข่ารอข้าในห้อง”
“ท่านแม่ทัพ นี่มัน…”
“ไสหัวไป!”
“ขอรับ”