พอเห็นหยางหลินยกเท้าขึ้น หยางเหยียนก็รีบวิ่งหนีไปอย่างหมดท่า
ในเวลานั้น หลี่เต้ากำลังพาหลิวซิ่วเอ๋อร์และคนอื่น ๆ เดินผ่านมาทางด้านข้างพอดี
เมื่อเห็นหลี่เต้า หยางหลินก็อดไม่ได้ที่จะเตือนว่า “เจ้าหนู จำไว้ว่าเจ้าได้รับปากข้าไว้”
“ท่านวางใจได้ แต่ว่า…” หลี่เต้ายิ้มน้อย ๆ พลางกล่าว “แต่ว่าท่านก็อย่าลืมสิ่งที่รับปากข้าไว้เช่นกัน”
พอได้ยินคำพูดนี้ สีหน้าของหยางหลินก็ดำทะมึนทันที เขากัดฟันพูด “เอ้า กลับไปแล้วข้าจะให้เจ้า”
พูดจบก็สะบัดชายเสื้อแล้วเดินจากไปทันที
หลิวซิ่วเอ๋อร์ที่อยู่ด้านข้างถามขึ้น “รองแม่ทัพ ท่านพูดกับแม่ทัพใหญ่เช่นนี้ ไม่กลัวว่าจะทำให้เขาไม่พอใจหรือ?”
“อย่าดูถูกความใจกว้างของแม่ทัพใหญ่นักเลย” หลี่เต้าหัวเราะเบา ๆ
…
หลังจากกลับมาถึงด่านฟู่เฟิง ภายในลานเรือนที่หลิวซิ่วเอ๋อร์และคนอื่น ๆ พักอาศัยอยู่
หลี่เต้ามองดูชุดเกราะหนักที่กองอยู่เต็มลานเรือน อดไม่ได้ที่จะพึมพำกับตัวเอง
“ดูท่าข้าคงประเมินความใจกว้างของแม่ทัพใหญ่สูงเกินไป”
แต่เขาก็เข้าใจว่าท่านลุงคงจะอารมณ์บูดบึ้งอยู่บ้าง เขาจึงไม่ถือสาเรื่องนี้
“ไป บอกจางเมิ่งกับคนอื่น ๆ ให้มาที่นี่” เขาลูบหัวเสี่ยวเฮยที่อยู่ข้าง ๆ
“โฮ่ง!”
เสี่ยวเฮยเห่าหนึ่งครั้งแล้ววิ่งออกจากลานเรือนไป
ไม่นาน เสี่ยวเฮยก็วิ่งกลับมา พร้อมกับเสียงฝีเท้าวุ่นวายดังมาจากด้านนอก
ในไม่ช้า จางเมิ่ง เว่ยอวิ๋นและคนอื่น ๆ ก็เดินเข้ามาจากด้านนอก
พวกเขายังไม่ทันได้ท