ักทายหลี่เต้า สายตาก็เหลือบมองกองชุดเกราะหนักในลานเรือนโดยไม่รู้ตัวเสียแล้ว
โดยเฉพาะจางเมิ่งและเสวียปิงที่เคยดื่มเลือดวิเศษจนร่างกายเปลี่ยนแปลง ดวงตาของพวกเขาเป็นประกายวาววับ
เพราะก่อนหน้านี้หลี่เต้าเคยบอกพวกเขาว่าจะจัดตั้งกองกำลังทหารม้าเกราะหนัก และตอนนี้อุปกรณ์ที่พวกเขารอคอยมานานก็มาถึงแล้ว
หลี่เต้ามองดูทุกคนแล้วพูดขึ้น “ยังรออะไรกันอยู่ รีบไปเรียกคนมาขนของสิ”
“ขอรับ!”
ไม่นานหลังจากนั้น ผู้คนจากค่ายหวงซาและค่ายเว่ยอู่ก็วิ่งเข้ามา ทุกคนต่างมีสีหน้าตื่นเต้นและเริ่มขนของกัน
หลี่เต้ากำลังมองดูอยู่ ทันใดนั้นก็รู้สึกว่ามีคนดึงแขนเสื้อเขาอยู่ข้าง ๆ
เมื่อหันไปมอง เขาก็ถามว่า “ซิ่วเอ๋อร์มีอะไรหรือ”
“ท่านแม่ทัพ ซิ่วเอ๋อร์แค่อยากถามว่ามีชุดเกราะสำหรับพวกเราบ้างหรือไม่”
เมื่อเห็นแววตาที่เต็มไปด้วยความคาดหวังของหลิวซิ่วเอ๋อร์ หลี่เต้าก็อึ้งไปชั่วครู่ ก่อนจะอธิบายว่า “ซิ่วเอ๋อร์ พวกเจ้าไม่เหมาะที่จะเป็นทหารม้าเกราะหนัก เหมาะกับการเป็นทหารม้าเบามากกว่า”
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ ดวงตาของหลิวซิ่วเอ๋อร์ฉายแววผิดหวัง แต่ก็กลับมาเป็นปกติอย่างรวดเร็ว
การได้เข้าร่วมกองทัพป้องกันชายแดนและได้อยู่ใต้บังคับบัญชาของผู้มีพระคุณก็ดีมากแล้ว พวกนางจะไม่พอใจไปเพื่ออะไร
ในชั่วขณะถัดมา นางรู้สึกได้ว่ามีมือวางลงบนบ่า
เสียงของหลี่เต้าดังขึ้นข้างหูนาง “แต่ถึงจะไม่มีชุดเกราะพวกนี้ ก็ยังมีอย่างอื่นได้ รอให้มีโอกาสเมื่อไหร