างตา ที่ให้ทำเป็นรูปแบบนี้แทนที่จะเป็นหน้ากากเต็มหน้า ก็เพื่อป้องกันการสูญเสียทัศนวิสัย เว้นแต่จะเป็นหน้ากากที่แนบสนิทกับใบหน้า มิเช่นนั้นหน้ากากเหล็กที่ปิดเต็มหน้าจะไม่เหมาะกับสนามรบจริง ๆ หลี่เต้ามองไปที่หลิวซิ่วเอ๋อร์และคนอื่น ๆ ก่อนจะเอ่ย
“พวกเจ้าหยิบคนละอันมาลองดู”
ไม่นาน ทุกคนยกเว้นหลิวซิ่วเอ๋อร์ต่างถือหน้ากากคนละอัน หลี่เต้ามองหน้ากากในมือตนเอง จึงนึกขึ้นได้ว่าเขาสั่งทำมาสองร้อยอันพอดี
“อันนี้ให้เจ้า”
หลิวซิ่วเอ๋อร์มองหน้ากากในมือของหลี่เต้า ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดใบหน้านางจึงแดงขึ้น แล้วรับมันมา เมื่อเห็นทุกคนถือหน้ากากกันครบแล้ว หลี่เต้าก็เดินออกห่างไปเล็กน้อย
“สวมกันเถอะ”
เมื่อได้ยินดังนั้น ทุกคนต่างพร้อมใจกันสวมหน้ากากของตน ในขณะที่พวกหลิวซิ่วเอ๋อร์สวมหน้ากาก สายลมเย็น ๆ ได้พัดเข้ามาในลานเรือน เมื่อเสวียปิงเงยหน้าขึ้นมองไปยังหลิวซิ่วเอ๋อร์และคนอื่น ๆ อีกครั้ง ม่านตาของเขาก็หดเล็กลง อดไม่ได้ที่จะสูดลมหายใจเฮือกใหญ่ คราวนี้ไม่ใช่ปัญหาว่าจะกล้าลงมือกับพวกนางหรือไม่อีกต่อไป แต่เป็นปัญหาว่าจะกล้าลงมือหรือไม่ต่างหาก ส่วนหลี่เต้าเมื่อเห็นสภาพของพวกนางในตอนนี้แล้ว ก็พยักหน้าด้วยความพึงพอใจ สุดท้าย หลังจากตรวจสอบว่าทุกอย่างไม่มีปัญหา หลี่เต้าก็ออกคำสั่ง
“หยิบอาวุธของพวกเจ้า ขึ้นม้าของพวกเจ้า แล้วตามข้ามา”
“เจ้าค่ะ!”
… ในเวลาเดียวกัน ทางตอนเหนือของด่านฟู่เฟิง นี่คือบริเวณที่หลี่เต้าเ