ลับบ้านก็ถอดหน้ากากออก พอเข้าสนามรบก็สวมใส่”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ดวงตาของหลิวซิ่วเอ๋อร์ก็เปล่งประกาย นี่เป็นความคิดที่ดีจริง ๆ นางหันกลับมากล่าวว่า“ขอบพระคุณที่ท่านผู้มีพระคุณชี้แนะ”
หลี่เต้าพยักหน้า สายตาจับจ้องไปที่ไหใส่เลือดวิเศษบนโต๊ะหิน เขาเดินไปข้างไหแล้วมองเข้าไปข้างใน จึงพบว่าเลือดวิเศษในไหยังไม่ได้ใช้หมด ข้างในยังเหลืออยู่อย่างน้อยครึ่งหนึ่ง เมื่อเห็นไห หลิวซิ่วเอ๋อร์และคนอื่น ๆ ต่างมีแววตาอยากได้แฝงอยู่ เหมือนกับพวกจางเมิ่งในตอนนั้น
เมื่อเห็นภาพนี้ หลี่เต้าจึงกล่าวตามตรงว่า“ไม่ต้องมองแล้ว ตอนนี้พวกเจ้าได้ปรับสภาพร่างกายเสร็จสิ้นแล้ว สิ่งนี้แม้จะยังมีผลต่อพวกเจ้า แต่ก็ไม่มากเท่าก่อนหน้านี้แล้ว”
เมื่อได้ยินคำพูดของหลี่เต้า ทุกคนต่างแสดงสีหน้าเขินอายออกมา หลี่เต้าหันไปมองไหอีกครั้ง แล้วมองไปยังหญิงสาวทั้งหลายจากหมู่บ้านเถาหยวนตรงหน้า จากนั้นจึงกล่าวกับหลิวซิ่วเอ๋อร์ว่า“ซิ่วเอ๋อร์ไหนี้ข้าจะมอบให้พวกเจ้าหมู่บ้านเถาหยวน”
“ท่านผู้มีพระคุณ ท่านจะ…”
“พวกเจ้าต่างก็ได้กินกันไปแล้ว คนที่เหลือก็ไม่ควรลืม เจ้าสามารถเจือจางยาวิเศษในนี้ แล้วแบ่งให้คนที่เหลือในหมู่บ้านเถาหยวนได้”
“จริงหรือ?”พวกนางที่เคยใช้เลือดวิเศษล้วนรู้ดีถึงความล้ำค่าของสิ่งนี้ ไม่คิดว่าผู้มีพระคุณจะใจกว้างถึงเพียงนี้
“จริงสิ”
“ซิ่วเอ๋อร์ขอกล่าวคำขอบคุณแทนพี่น้องทั้งหลายด้วยเจ้าค่ะ”เมื่อกล่าวจบ หลิวซิ่วเอ๋อร์ก็โค้งคำนั