!”
“ข้าก็เช่นกัน ข้าใกล้จะถึงขั้นกลางผู้ฝึกยุทธ์โฮ่วเทียนระดับเจ็ดแล้ว”
“ข้าก็เหมือนกัน!”
“…”
เมื่อเห็นภาพตรงหน้า หลิวซิ่วเอ๋อร์ก็ตรวจสอบวรยุทธ์ของตัวเองเงียบ ๆ ยามไม่รู้ก็แล้วไป พอรู้เข้าถึงกับตกตะลึง ผู้ฝึกยุทธ์โฮ่วเทียนระดับห้า! แม้จะเพิ่งก้าวเข้าสู่ขั้นผู้ฝึกยุทธ์โฮ่วเทียนระดับห้า แต่ต้องรู้ว่าก่อนหน้านี้นางเป็นเพียงผู้ฝึกยุทธ์โฮ่วเทียนระดับแปด คราวนี้ข้ามไปถึงสามขั้นย่อย
อีกทั้ง นางยังพบว่าไม่เพียงแค่วรยุทธ์ที่เปลี่ยนแปลง การเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดอยู่ที่ร่างกายของนาง นางรู้สึกได้อย่างชัดเจนว่าสภาพร่างกายและวิชายุทธ์ของตนเองต่างก็พัฒนาขึ้นอย่างผิดปกติ
เอ๊ะ? ทันใดนั้น หลิวซิ่วเอ๋อร์ก็นึกอะไรขึ้นมาได้ สีหน้าของนางแข็งค้างไป นางค่อย ๆ ยกมือขวาขึ้นแตะใบหน้าอย่างระมัดระวัง สิ่งแรกที่สัมผัสได้คือเลือดเสียที่ขับออกมาจากร่างกายแล้วแข็งตัวเป็นสะเก็ด
แคร็ก!เมื่อนางสัมผัส สะเก็ดเลือดก็เกิดรอยแตก ไม่นาน สะเก็ดเลือดบนใบหน้าของนางก็หลุดออกมาเล็กน้อย นางลองเอื้อมมือไปแตะบริเวณที่สะเก็ดเลือดหลุดออกเบา ๆ ในชั่วขณะถัดมา สีหน้าของหลิวซิ่วเอ๋อร์ก็ชะงักค้าง ดวงตาค่อย ๆ เปล่งประกายขึ้น
จากนั้น นางก็ไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย ใช้แรงทั้งหมดดึงสะเก็ดเลือดบนใบหน้าให้แตก ไม่นานนักสะเก็ดเลือดก็ร่วงหล่นเกลื่อนพื้น นางเอามือลูบคลำใบหน้าไปทั่ว น้ำตาสองสายค่อย ๆ ไหลลงมาตามแก้ม ปากพึมพำว่า“หายไปแล้ว มันหายไปแ