นเถาหยวน พวกหลิวซิ่วเอ๋อร์ก็ตื่นเต้นอาสานำทางให้ ดังนั้นพวกนางจึงเข้าร่วมขบวนไปด้วย ตรงกลางขบวน หลิวซิ่วเอ๋อร์และคนอื่น ๆ ขี่ม้าล้อมเป็นวงกลม โอบล้อมรถม้าของหลี่เต้าไว้ตรงกลาง ระหว่างนั้น จิ่วเอ๋อร์ก็ทักทายสตรีจากหมู่บ้านเถาหยวนอย่างกระตือรือร้น ก่อนจะเริ่มพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน หลี่เต้ามองดูเหล่าสตรีจากหมู่บ้านเถาหยวนที่เปี่ยมไปด้วยชีวิตชีวา ต่างจากที่เคยเป็นในอดีต เขายิ้มบางก่อนเอ่ยปากกับหลิวซิ่วเอ๋อร์ที่ขี่ม้าเงียบ ๆ อยู่ด้านข้าง
“ดูเหมือนหลังจากข้าจากมา พวกเจ้าก็ใช้ชีวิตกันได้ดีทีเดียว”
หลิวซิ่วเอ๋อร์มองดูเหล่าสตรีจากหมู่บ้านเถาหยวนพลางยิ้มอ่อนโยน
“ทั้งหมดนี้ต้องขอบคุณท่านผู้มีพระคุณเจ้าค่ะ”
หลิวซิ่วเอ๋อร์ในตอนนี้ไม่ได้มีท่าทีเหมือนตอนที่เผชิญหน้ากับโจรภูเขาอีกต่อไป หากไม่นับรอยแผลเป็นบนใบหน้า ความรู้สึกแรกที่ผู้คนมีต่อนางคงเป็นสตรีที่อ่อนโยนดั่งสายน้ำ หลี่เต้าโบกมือ
“ไม่ต้องยกยอข้าหรอก ที่พวกเจ้ามาถึงจุดนี้ได้ล้วนเป็นเพราะความพยายามของตัวเอง”
ในตอนนั้นเอง หลิวซิ่วเอ๋อร์พลันเอ่ยถามขึ้น
“ท่านผู้มีพระคุณ ท่านมาที่หมู่บ้านเถาหยวนอย่างกะทันหันเช่นนี้ คงมีธุระกระมัง”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นหลี่เต้าก็อดที่จะหัวเราะล้อเล่นไม่ได้
“ข้าไม่ได้มองผิดจริง ๆ เจ้าฉลาดนัก”
หลังจากได้รับคำชม หลิวซิ่วเอ๋อร์ก็ยิ้มอย่างอ่อนหวาน สองแก้มเริ่มแดงระเรื่อ หลี่เต้าจึงเล่าเรื่องเมืองบาปที่เคยเล่าให้จิ่วเอ๋อร