์ฟังอีกครั้ง เมื่อฟังมาครึ่งหนึ่ง สีหน้าอ่อนโยนของหลิวซิ่วเอ๋อร์ก็หายไปจนหมดสิ้น เมื่อฟังจบ ท่าทีของนางก็เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง ทั่วร่างแผ่ไอสังหารอย่างเข้มข้น สุดท้ายนางก็เค้นเสียงผ่านไรฟันออกมาเป็นคำ
“พวกคนเป่ยหมาน สมควรตาย!”
หลี่เต้าไม่ได้ปลอบใจ แต่กลับพูดความคิดของเขาออกมาตามตรง
“ดังนั้น ข้าจึงคิดจะพาพวกนางมาที่นี่ ไม่ทราบว่าจะได้หรือไม่”
เมื่อได้ยินดังนั้น หลิวซิ่วเอ๋อร์รีบตอบทันที
“ท่านผู้มีพระคุณ ไยเกรงใจเช่นนี้ ในสายตาพวกเรา หมู่บ้านเถาหยวนนอกจากจะเป็นของพวกเราแล้ว ยังเป็นของท่านด้วย ท่านจะพาใครมาก็ได้ อีกอย่าง พวกเราเองก็รู้สึกเห็นใจพี่น้องสตรีเหล่านี้ พวกเรายินดีต้อนรับพวกนาง หากพวกนางเต็มใจ”
“พวกนางต้องเต็มใจแน่นอน” หลี่เต้ายิ้มบาง
ครึ่งชั่วยามต่อมา หมู่บ้านเถาหยวนปรากฏอยู่ในสายตาของทุกคน สามารถมองเห็นป้ายหินที่สลักอักษรสามตัวว่าหมู่บ้านเถาหยวนได้แต่ไกล เมื่อเดินเข้าไปในถนนของหมู่บ้าน ไม่นานก็มาถึงทางเข้าหมู่บ้านเถาหยวน หลี่เต้ามาถึงที่หน้าขบวน เขามองดูแวบหนึ่ง ก็พบว่าที่ทางเข้าหมู่บ้านเถาหยวนได้มีการติดตั้งรั้วไม้หนามไว้มากมาย และที่ประตูใหญ่ยังมีหญิงยามถือหอกยาวยืนเฝ้าอยู่หลายนาง หากผู้ที่ไม่รู้เรื่องราวมาเห็นที่นี่เข้า อาจคิดว่าตนไม่ได้มาถึงหมู่บ้าน แต่มาถึงค่ายทหารเสียมากกว่า เมื่อเห็นขบวนใหญ่มาถึง หลี่เต้าก็เห็นได้ชัดว่าบนใบหน้าของเหล่าหญิงยามที่อยู่ไกลออกไปแสดงความระ