ราฆ่าพวกเขาต่อหน้าต่อตาเช่นนี้หรือ?”
สีหน้าเยาะหยันของหลิวซิ่วเอ๋อร์ยิ่งเด่นชัดขึ้นเมื่อได้ยินคำพูดเช่นนั้น
“ดังนั้น เจ้าหมายความว่าพวกพี่น้องของข้าต้องวางอาวุธ แล้วยอมให้พวกเจ้าจับตัวไปตามใจชอบอย่างนั้นหรือ? สุดท้ายแล้ว นอกจากพวกข้าจะถูกจับไปเปล่า ๆ จะมีอะไรเปลี่ยนแปลงอีกหรือ เหตุใดพวกเจ้าถึงคิดว่าจะจับตัวพวกข้าได้ง่ายดายเช่นนั้น เป็นเพราะพวกเจ้าโง่เขลา หรือพวกข้าเซ่อซ่ากันแน่?”
พูดถึงตรงนี้ หลิวซิ่วเอ๋อร์ก็กล่าวเสียงเย็นชา
“พวกข้าไม่ได้โง่ ดังนั้นพวกข้าจะไม่ยอมจำนนง่าย ๆ พวกข้าอยากช่วยคน แต่ไม่ใช่ด้วยการเอาชีวิตของพวกข้าไปแลก ดังนั้น ตอนนี้ข้าจะให้ทางเลือกสองทางแก่พวกเจ้า หนึ่งคือปล่อยตัวประกันแล้วไปให้พ้น หรือสอง ฆ่าตัวประกันทั้งหมดเสียตอนนี้ แล้วพวกข้าจะแก้แค้นให้พวกเขาเอง”
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ สือหลงและพวกโจรภูเขาที่เหลือต่างก็ชาวาบไปทั้งตัว โดยเฉพาะเมื่อได้ยินอีกฝ่ายสั่งให้พวกเขาฆ่าตัวประกันทั้งหมด นี่ยิ่งทำให้โลกทัศน์ของพวกเขาแทบจะแตกสลาย พวกเขาไม่เคยเห็นคนโหดเหี้ยมเช่นนี้มาก่อน อีกทั้งยังเป็นกลุ่มสตรี ซึ่งแตกต่างจากภาพของสตรีในใจพวกเขาโดยสิ้นเชิง ในเวลาเดียวกัน ในขบวนรถ เหล่าสตรีที่หนีออกมาจากเมืองบาปต่างได้ยินคำพูดของหลิวซิ่วเอ๋อร์ ทว่า คำพูดที่โหดร้ายเช่นนั้นกลับไม่ทำให้พวกนางรู้สึกอึดอัดแต่อย่างใด แต่กลับรู้สึกว่ามีบางสิ่งสั่นสะเทือนในใจอย่างบอกไม่ถูก พวกจางเมิ่งต่างก็ตกต