ะซิบข้างหูสือหลง หลังจากฟังจบ สือหลงขมวดคิ้วพูด
“อาซาน เจ้าคิดว่าวิธีที่เจ้าบอกจะได้ผลหรือ?”
รองหัวหน้าที่สามพยักหน้า
“จะได้ผลหรือไม่ก็ต้องลองดู อย่างไรเสียก็มีคำกล่าวว่าโจรไม่กลับมือเปล่า พวกนางคงไม่ปล่อยให้พวกเรากลับไปมือเปล่าหรอก”
สือหลงคิดว่าก็จริงอยู่ จึงหันไปมองหลิวซิ่วเอ๋อร์และคนอื่น ๆ แล้วพูดว่า
“หลิวซิ่วเอ๋อร์คราวนี้ข้าสือหลงยอมแพ้ก็ได้ แต่เจ้าก็เห็นว่าพวกเราสูญเสียพี่น้องไปไม่น้อย ไม่สู้พวกเราต่อรองกัน พวกเราจะไป แต่เจ้าต้องให้พวกเราเอาของบางอย่างไปชดเชยความสูญเสียของพวกเราด้วย จะเป็นอย่างไร? อย่างนี้พวกเราก็ไม่ต้องทำให้ต่างฝ่ายต่างเสียหน้า”
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ หลิวซิ่วเอ๋อร์ขมวดคิ้วทันที ขณะที่นางกำลังจะพูด จู่ ๆ ก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นระหว่างพวกเขาก่อน
“พวกเจ้าคงจะไปไหนไม่ได้แล้ว ไม่จำเป็นต้องปรึกษากันอีก”
เมื่อสถานการณ์พัฒนามาถึงจุดนี้ หลี่เต้าก็รู้สึกว่าพอได้แล้ว ไม่จำเป็นต้องแสดงละครต่อไปอีก สือหลงตะลึงกับคำพูดของหลี่เต้าชั่วครู่ แต่พอได้สติก็ตวาดออกมาอย่างดุร้าย
“เจ้าหนู เจ้าพูดเหลวไหลอะไร อยากรู้ไหมว่าข้าจะฟันเจ้าให้ขาดคาที่ตรงนี้”
ในขณะเดียวกัน หลิวซิ่วเอ๋อร์และคนอื่น ๆ กลับตกใจกับเสียงที่คุ้นเคยนี้ หลิวซิ่วเอ๋อร์พินิจมองร่างที่อยู่ในมือของสือหลงอย่างละเอียด ใบหน้าที่เคยดุดันก็เปลี่ยนเป็นยินดีในพริบตา ปากก็ร้องออกมาด้วยความตื่นเต้นโดยไม่รู้ตัว
“เป็นผู้มีพระคุณ!”
คำว