าดุร้ายพลางมองไปตามทิศทางที่เสียงฝีเท้าม้าดังมา ชายหน้าตาหมดจด ซึ่งก็คือรองหัวหน้าคนที่สามขมวดคิ้วถาม
“พี่ใหญ่ พวกเราจะทำอย่างไรดี พวกแม่นี่ยุ่งยากเหลือเกิน หรือว่าจะต้องล่าถอยอีกแล้ว นี่มันครั้งที่ห้าแล้วนะ”
รองหัวหน้าคนที่สอง ชายใบหน้าอ้วนหูกางก้าวออกมาพูดอย่างดุดัน
“พี่ใหญ่ เราถอยไม่ได้อีกแล้ว ต้องสู้กับพวกนางให้ถึงที่สุด”
เมื่อได้ยินดังนั้น หัวหน้าก็ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง นึกถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมาหลายครั้ง แล้วมองดูขบวนพ่อค้าใหญ่และสตรีที่อยู่เบื้องหลัง เขาจึงกัดฟันพูดว่า
“แม่งเอ๊ย ลุยเลย ข้าเองก็รำคาญนังพวกนั้นมานานแล้ว คราวนี้ต่อให้ต้องเสียอะไรไปมากแค่ไหน ก็ต้องจัดการพวกนางให้ได้ ให้พวกนางรู้ซะว่าแถบนี้ใครกันแน่ที่เป็นผู้มีอำนาจ”
หลังจากนั้น เขาก็เหลือบมองจางเมิ่งและคนอื่น ๆ ก่อนจะออกคำสั่งว่า
“ให้คนส่วนหนึ่งอยู่เฝ้าพวกมันไว้ ที่เหลือรีบปีนขึ้นไปบนเนินเขาเตรียมลงมือ พวกผู้หญิงขี่ม้าขึ้นเขาลำบาก”
เมื่อเห็นโจรภูเขาเคลื่อนไหวแปลกไป พวกจางเมิ่งที่กำลังจะลงมือก็ไม่รีบร้อนแล้ว พวกเขารอดูว่าเกิดอะไรขึ้น เวลาผ่านไปเรื่อย ๆ เสียงฝีเท้าม้าอันสับสนดังใกล้เข้ามาทุกที ไม่นานก็เห็นฝุ่นควันมากมายปรากฏบนเส้นทางภูเขาแต่ไกล เมื่อมองเห็นสถานการณ์ทางไกลได้ชัดเจน พวกจางเมิ่งที่ยืนอยู่แถวหน้าก็ชะงักงันไปชั่วขณะ เพราะบนหลังม้านั้น พวกเขาเห็นเป็นหญิงสาวถือหอกยาวหลายคน และหญิงสาวเหล่านี้เองที่ทำให้พวกโจรภ