่ยอวิ๋นก็ทนไม่ไหวแล้ว
“หัวหน้า รองแม่ทัพอันใดกัน?”
เมื่อเห็นเว่ยอวิ๋นทำหน้างุนงง หลี่เต้าก็ยิ้มบางเอ่ยอย่างเชื่องช้า
“ก็อย่างที่เจ้าได้ยินนั่นแหละ”
“รองผู้บัญชาการ?”
“อืม”
“ท่าน…”
เว่ยอวิ๋นกุมหัวใจตัวเอง ไม่รู้จะพูดอะไรต่อไปดี
เมื่อครึ่งปีก่อน ในบรรดาพวกเขาคนหนึ่งเป็นแม่ทัพกองพันนาย อีกคนเป็นเพียงนักโทษประหารที่ถูกใช้เป็นของสิ้นเปลืองในค่ายนักโทษประหาร
แต่ครึ่งปีให้หลัง เขาผู้เป็นแม่ทัพกองพันนายกลับกลายเป็นคนพิการครึ่งตัว ส่วนอีกฝ่ายที่เคยเป็นนักโทษประหารกลับก้าวกระโดดขึ้นเป็นรองแม่ทัพผู้ปกครองเมือง
ช่างเป็นความแตกต่างที่ยิ่งใหญ่เหลือเกิน
ทันใดนั้นเอง เว่ยอวิ๋นที่เมื่อครู่ยังทำหน้าลำบากใจก็สีหน้าสดใสขึ้นมาทันที
เขาก้าวไปข้างหน้า คว้าไหล่หลี่เต้าเอาไว้แล้วเอ่ยว่า
“หัวหน้า พวกเรารู้จักกันมานานพอสมควรแล้วนะ”
“เป็นอะไรไป?”
“ตอนนี้ท่านเป็นรองแม่ทัพแล้ว ต้องดูแลข้าด้วยนะ”
“เจ้าอยากให้ข้าดูแลเจ้าอย่างไร?”
“อย่างน้อยช่วยข้าหาคนมาเติมเต็มค่ายเว่ยอู่ให้ครบก่อนเถิด”
“น่าเสียดายจริง”
หลี่เต้าเอ่ยปากขึ้นมาทันที
“น่าเสียดาย?”
เว่ยอวิ๋นชะงัก
“น่าเสียดายอะไรหรือ?”
“น่าเสียดายที่เดิมที ข้าคิดจะรวมค่ายเว่ยอู่ของเจ้าเข้ามาอยู่ใต้บังคับบัญชาของข้า”
หลี่เต้ากล่าว
“หมายความว่าอย่างไร?”
“เจ้าเคยพบจางเมิ่งกับพวกเขาแล้วใช่หรือไม่?”
“เคยพบแล้วเป็นอย่างไร?”
“พวกเขาแข็งแกร่งหรือไม่”
“แข็งแกร่ง แต่มันเกี่ยวอะไ