ยหน้าพลางยิ้มน้อย ๆ
“ข้ายังมีธุระสำคัญ การเดินทางครั้งนี้ก็รีบเร่งมาแล้ว คงไม่อยู่นานกว่านี้”
พูดจบ เขาก็ขึ้นม้าทันที พร้อมประสานมือคำนับทั้งสองคน
“ขอทั้งสองท่านจงอยู่เย็นเป็นสุข ข้าขอลำ”
จ้าวอี้ดึงบังเหียน แล้วม้าก็หันหลังกลับไปทางที่มา ก่อนจะหายลับไปจากสายตาอย่างรวดเร็ว
จู่ ๆ หยางหลินก็ตบลงบนบ่าของหลี่เต้าเสียงดังสนั่น พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงปลื้มปิติ
“เจ้าหนู ครั้งนี้เจ้าได้กำไรใหญ่แล้ว ข้าเองก็ประเมินความสำคัญของผลงานศึกเจ้าที่มีต่อฝ่าบาทต่ำเกินไป จากหัวหน้าหมู่ตำแหน่งเล็ก ๆ ขึ้นเป็นรองแม่ทัพกองทัพเจิ้นเป่ยปราบพวกเป่ยมหานชุดใหม่ เจ้าช่างก้าวกระโดดราวกับขึ้นสวรรค์ ชัดเจนว่าฝ่าบาททรงเห็นความสำคัญของเจ้า”
เห็นความสำคัญหรือ?
อาจจะเป็นเช่นนั้น
พอคิดมาถึงตรงนี้ หลี่เต้าก็ยิ้มบางอย่างชวนให้ขบคิด
ดูเหมือนฝ่าบาทจะไม่ได้เชื่อมโยงตัวเขากับตัวตนในอดีต
เพียงแต่ไม่รู้ว่าหากวันหน้าพระองค์ทรงรู้ว่าเขาคือหลี่เต้าจะทรงคิดเช่นไร
… หลังจากกลับถึงจวนแม่ทัพ
ไม่นาน เสิ่นจงก็วิ่งกลับมา
เพิ่งจะเข้าประตูก็ถามทันทีว่า
“ท่านหยาง หลี่เต้า ข้าได้ยินว่าเมื่อครู่มีราชโองการมาถึง เป็นความจริงหรือไม่”
หยางหลินจิบชาคำหนึ่ง ชี้ไปที่ราชโองการบนโต๊ะ แล้วยิ้มพลางกล่าว
“เจ้าหนูเสิ่น ตอนนี้เจ้าสมปรารถนาแล้ว สามารถใช้ชีวิตบั้นปลายได้อย่างสบายใจ”
เสิ่นจงชะงักไป ก้าวเข้าไปหยิบพระราชโองการขึ้นมาดู
ตอนแรกยังไม่มีอะไร แต่พอเห็