นว่าเขาถูกให้พักรักษาตัวกับกองทัพก็อดยิ้มขมขื่นไม่ได้ แต่เมื่อเห็นว่าผู้ที่จะมารับตำแหน่งแทนตนคือหลี่เต้า สีหน้าก็แข็งค้างไป
หยางหลินดูจะพอใจที่ได้เห็นสีหน้าตกตะลึงของเสิ่นจง จึงยิ้มพลางเอ่ยว่า
“ตื่นเต้นไหม แปลกใจหรือไม่?”
เสิ่นจงพับพระราชโองการวางกลับลงบนโต๊ะ แล้วพยักหน้า
“ทั้งตื่นเต้นและประหลาดใจจริง เจ้าหนุ่มนี่สมควรกับตำแหน่งรองแม่ทัพแล้ว”
เขายังพูดต่อ
“แต่ต่อจากนี้เจ้าต้องพยายามให้มาก ความหมายในพระราชโองการฉบับนี้ของฝ่าบาท ชัดเจนว่าต้องการยกเจ้าขึ้น ถ้าชนะศึกครั้งนี้ไม่ต้องพูดถึง ตำแหน่งที่เจ้านั่งอยู่ก็จะมั่นคง อย่างไรเสีย หากสามารถยึดดินแดนของสามเผ่านั้นได้ ความดีความชอบในการขยายอาณาเขตย่อมต้องมีส่วนของเจ้าด้วย”
“แต่หากแพ้ในครั้งนี้ เกรงว่าความดีความชอบในการรบก่อนหน้านี้ของเจ้าคงต้องสูญเปล่า”
หลี่เต้าพยักหน้า สำหรับสิ่งที่เสิ่นจงพูดมา เขาก็คาดการณ์ไว้แล้ว
แต่สำหรับผลลัพธ์ของศึกครั้งนี้ เขาไม่ได้คิดอะไรมาก
ขอเพียงแค่เขายังมีชีวิตอยู่ ไม่ว่าจะชนะหรือแพ้ สำหรับเขาก็ถือว่าชนะแล้ว
ดูจากผลงานที่เผ่าถ่ามู่มอบให้เขานั้นก็เห็นได้ชัด
ทำให้พลังของเขาเพิ่มขึ้นจากขั้นต้นของระดับเซียนเทียน ไปจนถึงระดับที่เทียบเท่ากับขั้นปรมาจารย์
หากไม่มีเหตุผิดพลาดใด ๆ โอกาสที่จะชนะศึกครั้งนี้มีสูงมาก
นี่ก็คือสิ่งที่เรียกว่าสถานการณ์ที่ทุกฝ่ายได้ประโยชน์
เขาชนะสองครั้งแล้ว