่ฝ่าบาทได้พบอัจฉริยะแห่งสวรรค์พ่ะย่ะค่ะ”
“อัจฉริยะหรือ? ก็ถูกต้อง อายุยังน้อยแต่สามารถสังหารปรมาจารย์ได้ ถ้าไม่ใช่อัจฉริยะแล้วจะเป็นอะไรได้อีก สำคัญที่ว่าเขายังเป็นคนจากกองทัพต้าเฉียนของพวกเราอีกด้วย”
เมื่อพูดถึงตรงนี้ ฮ่องเต้ก็อดตรัสไม่ได้ว่า “บุคคลเช่นนี้ไม่รู้ว่าปรากฏตัวขึ้นมาได้อย่างไร หากปรากฏตัวในยุทธภพ คงไม่ใช่เรื่องยากที่จะขึ้นไปอยู่บนอันดับอัจฉริยะที่สำนักต่าง ๆ จัดทำขึ้น”
“ฝ่าบาท กระหม่อมคิดว่าคนที่มีความสามารถเช่นนี้ จำเป็นต้องรักษาไว้ให้ดี” จ้าวจงที่อยู่ด้านข้างพูดขึ้นมาทันที
“ไม่ต้องให้เจ้าบอก ข้าก็รู้ กว่าราชสำนักจะมีคนที่มีความสามารถเช่นนี้สักคน ไหนเลยข้าจะปล่อยให้หลุดมือไป”
พลันนั้น พระองค์ก็หยิบฎีกาบนโต๊ะขึ้นมาดูอีกครั้ง “ใช้ตำแหน่งหัวหน้าหมู่จนได้เป็นแม่ทัพผู้บัญชาการชั่วคราวของด่านฟู่เฟิงหรือ? ดูท่าก็เป็นคนที่มีความทะเยอทะยาน แต่หากต้องการก้าวกระโดดขึ้นสู่ฟ้าในคราวเดียว เพียงแค่เผ่าถ่ามู่คงยังไม่พอ ถึงแม้เจ้าจะมีเสิ่นจงสนับสนุนก็ตาม”
“แต่ใครใช้ให้ข้าสนใจเจ้าเข้าล่ะ ข้าก็จะให้โอกาสเจ้าสักครั้ง ดูซิว่าเจ้าจะคว้าโอกาสนี้ไว้ได้หรือไม่”
“จ้าวจง ฝนหมึกให้ข้า”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น จ้าวจงก็เข้าใจความหมายทันที เขาหยิบพระราชโองการเปล่ามาวางตรงหน้าองค์ฮ่องเต้ แล้วเริ่มฝนหมึกอยู่ข้าง ๆ
ฮ่องเต้หยิบพู่กันขึ้น ครุ่นคิดเล็กน้อย จุ่มหมึกแล้วเริ่มเขียนลงไป
จ้าวจงได้แต่มองดูเงียบ ๆ