ลึกลับนี่สมควรตายจริงๆ
ขณะเดียวกัน ในใจเขาก็รู้สึกสงสัยว่าพลังที่อยู่บนพระราชโองการนั้นคืออะไรกันแน่
เขารู้สึกว่าตนเองได้เห็นความลึกลับอีกมุมหนึ่งของโลกใบนี้
ผ่านไปครู่หนึ่ง หลี่เต้าก็อ่านเนื้อความในพระราชโองการจบ จึงเอ่ยปากว่า
“ท่านหยาง พระราชโองการสั่งให้พวกเราป้องกันด่านฟู่เฟิง แต่ตอนนี้สถานการณ์วิกฤตที่ด่านฟู่เฟิงได้คลี่คลายแล้ว ต่อจากนี้ควรทำอย่างไร”
หยางหลินมองไปทางเสิ่นจงที่อยู่ข้าง ๆ แล้วพูดขึ้น
“เจ้าหนูนี่ยังเด็กเกินไป เสิ่นจง นี่เป็นแม่ทัพที่เจ้าเลือก เจ้าก็สอนเขาเองเถอะ”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เสิ่นจงจึงกล่าว
“ภัยที่ด่านฟู่เฟิงได้คลี่คลายแล้ว ดังนั้นสิ่งสำคัญที่สุดต่อจากนี้คือการจัดระเบียบด่านฟู่เฟิง ฟื้นฟูความสงบเรียบร้อย สำรวจความสูญเสีย สุดท้ายคือคำนวณความดีความชอบในการรบ แล้วร่างฎีการายงานเรื่องราวทั้งหมดของด่านฟู่เฟิงขึ้นไปยังราชสำนัก เพื่อให้ฝ่าบาทเป็นผู้พิจารณา”
ฟังคำพูดนี้แล้ว หยางหลินก็มองไปทางหลี่เต้าแล้วเอ่ยขึ้น
“ตอนนี้เจ้าเป็นเพียงแม่ทัพชั่วคราวของด่านฟู่เฟิง หากเจ้าต้องการเป็นแม่ทัพตัวจริงของด่านฟู่เฟิง ก็ต้องกำจัดเสิ่นจงให้พ้นทางไป แต่คงเป็นไปไม่ได้ เพราะตำแหน่งที่เสิ่นจงมีในวันนี้ล้วนได้มาจากการสังหารศัตรูทีละก้าว”
“ทว่าด้วยความดีความชอบของเจ้า แม้จะไม่ได้เป็นแม่ทัพ แต่ว่าตำแหน่งก็คงจะเลื่อนขึ้นไปมาก”
ในตอนนั้นเอง หยางหลินดูเหมือนจะนึกอะไรขึ้นมาได้ จึงถามด้วย