้ ขอให้หลี่เต้าทำหน้าที่ต่อไปเถิด”
“แน่ใจหรือ? ตอนนี้ด่านฟู่เฟิงพ้นจากภัยอันตรายแล้ว การเป็นแม่ทัพที่เพียงแค่ออกคำสั่งคงไม่ยากเย็นนัก” หยางหลินเอ่ย
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เสิ่นจงก็ส่ายหน้า
“ด่านฟู่เฟิงตกอยู่ในวิกฤตเพราะข้า อีกทั้งวรยุทธ์ของข้าก็ตกต่ำลงมาก ตอนนี้คงดีกว่าถ้าเปลี่ยนไปเป็นคนที่เหมาะสม หลี่เต้าได้ช่วยพลิกวิกฤตช่วยด่านฟู่เฟิงไว้ ให้เขาทำหน้าที่ต่อไปคงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด”
“ข้าเข้าใจแล้ว”
หยางหลินพยักหน้าแล้วหันไปมองหลี่เต้า
“เช่นนั้นหลี่เต้า เจ้าจะรับหน้าที่แม่ทัพแห่งด่านฟู่เฟิงต่อไปหรือไม่?”
หลี่เต้ามองไปที่เสิ่นจง เสิ่นจงไม่ได้พูดอะไร เพียงแต่ตอบกลับด้วยสายตา หลังจากการสนทนาครั้งนี้ หลี่เต้าพยักหน้าเบา ๆ แล้วกล่าวว่า
“แม่ทัพเสิ่นกรุณาข้ามาก ข้าคงไม่ปฏิเสธ”
สำหรับเขาแล้ว การเป็นแม่ทัพชั่วคราวนี้จะรับหรือไม่รับก็ได้ เพราะทั้งหมดนี้เป็นเพียงกระบวนการหนึ่งเท่านั้น เว้นเสียแต่ว่าจะมีศึกสงครามอีก ตำแหน่งแม่ทัพนี้ก็แค่ช่วยเพิ่มชื่อเสียงให้เขา และเสริมความก้าวหน้าในกองทัพในอนาคต
“แม่ทัพหลี่ จงรับพระราชโองการ”
หยางหลินลุกขึ้นจากที่นั่งอย่างกะทันหัน ในมือขวาปรากฏม้วนพระราชโองการสีทองขึ้นมา
หลี่เต้าชะงักไปครู่หนึ่ง แต่ก็รีบตั้งสติ ลุกขึ้นประสานมือคำนับ เสิ่นจงที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ก็ทำท่าเดียวกัน
ในต้าเฉียน การคุกเข่าคำนับมักจะทำเฉพาะต่อหน้าฟ้าดิน บิดามารดา และอาจารย์เท่านั้น ส่วนต่อห