เมื่อทุกคนก้มลงมอง จึงพบว่าฉีเซิ่งสิ้นใจแล้ว อีกทั้งจากสภาพที่เห็น ดูเหมือนจะตายอย่างทรมาน
เสิ่นจงมองศพของฉีเซิ่งแล้วพึมพำว่า “ตายแล้วหรือ?”
“อืม” หลี่เต้ากล่าวด้วยสีหน้าเรียบเฉย
“ฉีเซิ่งต่อต้านอย่างรุนแรง เกือบจะหนีรอด ข้าจำต้องลงมือสังหาร เพื่อหยุดยั้งเขา”
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ โหวหย่วนเลี่ยงและจ้าวถ่งรวมถึงบรรดาแม่ทัพด่านฟู่เฟิงต่างกระตุกมุมปาก ร่างกายสั่นเทาโดยไม่รู้ตัว
“จะตายก็ตายไปเถอะ ดื้อดึงต่อต้าน หนีออกไปทั้งที่มีความผิด สมควรตายแล้ว”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ เสิ่นจงก็ถอนหายใจยาว จากนั้นก็พูดกับแม่ทัพที่อยู่ข้าง ๆ
“มานี่ นำศพของฉีเซิ่งไป จัดการให้เขา… อืม จัดการให้ดูเหมือนตายอย่างปกติและดูดีหน่อย”
“ขอรับ”
ไม่นานหลังจากนั้น หลังจากการตายของฉีเซิ่งและการฟื้นคืนสติของเสิ่นจง ด่านฟู่เฟิงก็กลับคืนสู่ความสงบเช่นเดิม
ณ จวนแม่ทัพ ขณะที่ผู้อื่นต่างยุ่งกับงานของตน หลี่เต้าและอีกสองคนมารวมตัวกันที่โถงใหญ่
หยางหลินจิบชาร้อนบนโต๊ะพลางมองไปยังหลี่เต้าและเสิ่นจง แล้วเอ่ยขึ้นช้า ๆ
“ขอถามแม่ทัพทั้งสองว่า ตอนนี้ใครกันแน่คือผู้บัญชาการแห่งด่านฟู่เฟิง”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หลี่เต้าและเสิ่นจงก็สบตากันโดยไม่รู้ตัว ขณะที่หลี่เต้ากำลังจะลุกขึ้นอธิบาย จู่ ๆ เสิ่นจงก็พยุงตัวลุกขึ้นจากเก้าอี้ก่อนและเอ่ยว่า
“ท่านแม่ทัพหยาง เกี่ยวกับตำแหน่งแม่ทัพผู้บัญชาการแห่งด่านฟู่เฟิง ข้าไม่มีกำลังพอจะรับหน้าที่นี้ในตอนนี