บทที่ 201 เฉินโหยวโต้กลับเมื่อเห็นว่าทุกคนไม่พูดอะไรอีก หลี่เต้าจึงมองไปที่หยางเหยียน แล้วค่อยเหลือบมองไปที่ฉีเซิ่งพลางเอ่ยขึ้นอย่างเชื้องช้า
“เรื่องที่นั่ง เป็นเรื่องที่ทั้งสองฝ่ายสมัครใจ ข้าไม่อาจก้าวก่าย แต่ในเมื่อตอนนี้เฉินโหยวมาร้องเรียน และฉีเซิ่งก็เป็นคนของด่านฟู่เฟิงของข้า เรื่องนี้จึงถือเป็นเรื่องภายในของด่านฟู่เฟิง แม่ทัพหยางเหยียนเพิ่งมาถึงก็เข้ามายุ่ง ดูจะไม่เหมาะสมนัก”
แม้จะไม่รู้สถานการณ์ที่แท้จริง แต่ก็เห็นได้ชัดว่าฉีเซิ่งคงมีอะไรผิดปกติ ดูจากสีหน้าดื้อรั้นของเฉินโหยว ก็พอจะเดาได้ว่าเขาอาจจะถูกรังแกระหว่างเดินทางมากับกองกำลังเสริม
และมีความเป็นไปได้สูงว่าเป็นเพราะแม่ทัพหยางเหยียนผู้นี้
ในฐานะผู้บัญชาการด่านฟู่เฟิง เขาย่อมไม่อาจนิ่งดูดายได้
มิเช่นนั้นจะได้รับการยอมรับจากทหารใต้บังคับบัญชาได้อย่างไร
การเป็นผู้นำนั้น ความสามารถเป็นเรื่องหนึ่ง แต่ก็ต้องให้ความสำคัญกับมนุษยสัมพันธ์ โดยเฉพาะในแง่ของการปกป้องคนของตน
“เจ้า…”
หยางเหยียนมองไปที่หลี่เต้า อาจเพราะเห็นว่าอีกฝ่ายยังเยาว์วัย จึงมีท่าทีไม่ยอมรับอยู่บ้าง
หลี่เต้าเพิกเฉยต่อเขาโดยสิ้นเชิง หันไปมองหยางหลินที่เงียบ แล้วเอ่ยว่า
“ท่านแม่ทัพผู้อาวุโสหยาง ท่านว่าใช่หรือไม่”
เมื่อได้ยินดังนั้น หยางเหยียนจึงมองไปที่หยางหลิน หวังว่าท่านปู่ของเขาจะช่วยพูดสักคำ แต่ผลลัพธ์กลับทำให้เขาผิดหวัง
หยางหลินที่แต่เดิมก็ไม่ค่อยชอบหน้าฉีเซิ