่งอยู่แล้ว จะไปสนใจเรื่องนี้ได้อย่างไร โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่ไม่มีเหตุผลเช่นนี้
หยางหลินยิ้มบางพลางกล่าว
“ในเมื่อเป็นเรื่องภายในด่านฟู่เฟิง ก็ขอเชิญแม่ทัพหลี่จัดการตามสะดวกเถิด”
“ท่านแม่ทัพ…”
หยางเหยียนกำลังจะพูดอะไรบางอย่าง แต่หยางหลินเพียงแค่เหลือบมองเขาแวบเดียว เขาก็ไม่กล้าพูดอะไรอีก
สุดท้ายเขาจึงได้แต่ส่งสายตาให้ฉีเซิ่งระมัดระวังตัว
จากนั้นหลี่เต้าก็หันไปมองเฉินโหยว
“เฉินโหยว เจ้าต้องการร้องเรียนเขาในเรื่องใด?”
เฉินโหยวประสานมือคำนับ
“ข้าขอร้องเรียนฉีเซิ่งในข้อหาขี้ขลาดตาขาว”
“ข้อหาละทิ้งหน้าที่”
“ข้อหารายงานสถานการณ์ทางทหารเท็จ”
“และข้อหาละเว้นหน้าที่”
เมื่อได้ยินคำพูดของเฉินโหยวผู้คนที่อยู่ในที่นั้นต่างตะลึงงัน ไม่ว่าจะเป็นโหวหย่วนเลี่ยงและคนอื่น ๆ หรือแม้แต่ตัวฉีเซิ่งเอง ต่างก็แสดงสีหน้าตกตะลึง
แต่เดิมฉีเซิ่งคิดว่าเฉินโหยวเพียงแค่จะฟ้องเรื่องเล็กน้อยเท่านั้น ไม่คิดว่าเขาจะเล่นงานรุนแรงถึงเพียงนี้ ชัดเจนว่าต้องการจะเอาชีวิตเขาให้ได้
เมื่อคิดได้ดังนั้นฉีเซิ่งจึงนั่งไม่ติด รีบลุกขึ้นยืนกล่าวว่า
“เฉินโหยว เจ้าอย่าได้พูดจาเหลวไหล ข้าไม่ได้กระทำความผิดเหล่านั้นเลย”
เฉินโหยวไม่สนใจแม้แต่น้อย ยังคงทำท่าจะร้องเรียนต่อไป
เห็นเช่นนั้น ฉีเซิ่งจึงต้องหันไปมองหลี่เต้าพลางกล่าวด้วยความอับอายว่า
“ขอท่านแม่ทัพพิจารณาด้วย ทั้งหมดนี้เป็นเพียงคำใส่ร้ายของเฉินโหยว”
แม้ในใจจะไม่เต็มใจก้มหัวให้ แต