่มาถึงจุดนี้แล้วเขาก็ไม่มีทางเลือก
หลี่เต้าไม่สนใจ หันไปถามว่า
“เฉินโหยว ข้อกล่าวหาที่เจ้าพูดมาทั้งหมดนี้มีหลักฐานยืนยันหรือไม่”
“มีขอรับ!”
“งั้นก็จงพูดมา”
เฉินโหยวพยักหน้าแล้วเอ่ยว่า
“วันที่ประตูด่านฟู่เฟิงแตก ฉีเซิ่งไม่คิดจะปกป้องประตูเมือง กลับเลือกที่จะถอยหนี นี่คือความผิดฐานขี้ขลาดกลัวตาย”
พอได้ยินเช่นนั้นฉีเซิ่งก็รีบแย้งทันที
“ข้าถอยหนีเพราะได้รับคำสั่งจากท่านแม่ทัพโหว”
ได้ยินดังนั้นหลี่เต้าและคนอื่น ๆ จึงหันไปมองโหวหย่วนเลี่ยง แม้โหวหย่วนเลี่ยงจะดูถูกฉีเซิ่งอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้หลบเลี่ยงหรือปิดบัง เขาพยักหน้ากล่าวออกมา
“ข้าเป็นผู้ออกคำสั่งเอง เมื่อเห็นว่าไม่มีทางรักษาเมืองไว้ได้ จึงตัดสินใจให้คนหนุ่มที่มีศักยภาพถอยหนีไปตามใจ ถ้าต้องปล่อยให้พวกเขาต้องพลีชีพไปในสถานการณ์ที่แน่นอนอย่างนั้น ช่างน่าเสียดายเหลือเกิน”
ฉีเซิ่งรีบกล่าวทันที
“เห็นไหม ข้าพูดไม่ผิดเลย เป็นเฉินโหยวที่เข้าใจข้าผิด”
หลี่เต้าจ้องมองไปที่เฉินโหยว
แรกเริ่มคิดว่าเฉินโหยวจะถูกตบหน้า แต่ไม่คาดคิดว่าเขาจะพูดต่อขึ้นมาทันที
“ข้าไม่เห็นด้วยกับคำพูดของท่านแม่ทัพโหว”
พูดจบ เขาก็มองไปรอบ ๆ ตัว แล้วเอ่ยต่อ
“ด่านฟู่เฟิงเป็นหนึ่งในด่านสำคัญที่สุดของต้าเฉียน หากถูกทำลายย่อมทำให้ราษฎรของต้าเฉียนต้องเดือดร้อน ตามกฎหมายของต้าเฉียน ในฐานะแม่ทัพของต้าเฉียน เมื่อเจอภัยพิบัติสำคัญเช่นนี้ ต้องทุ่มเทสุดกำลังเพื่อปกป้องด่าน”
พูดถึงตอ