นท้าย สายตาของเขาตกลงบนฉีเซิ่ง
“ผู้ใดฝ่าฝืน ถือว่ามีความผิดฐานรักตัวกลัวตาย ดังนั้น แม้จะจากไปตามคำสั่งของท่านแม่ทัพโหว แต่ในฐานะแม่ทัพของต้าเฉียน ก็ยังคงมีความผิดฐานรักตัวกลัวตาย”
“อย่างมากก็แค่ไม่ถึงขั้นประหารชีวิต”
เมื่อคำพูดนี้ดังขึ้น ทุกคนในห้องต่างพากันนิ่งเงียบ
เพราะพวกเขาหลายคนอาจไม่เคยได้ยินความผิดฐานรักตัวกลัวตายมาก่อน
ท้ายที่สุดแล้ว โดยทั่วไปเมื่อเจอเหตุการณ์อย่างที่เฉินโหยวกล่าวถึง หากมันไม่ส่งผลกระทบมากนัก ก็จะไม่มีใครจับตัวมาสอบสวนเป็นพิเศษ คนส่วนใหญ่ต่างเข้าใจกันว่าหากเจอศัตรูที่สู้ไม่ไหว ถ้าไม่ได้อยู่ในที่เกิดเหตุ ไม่ไปก็ไม่เป็นไร ขอเพียงแค่ไม่มีใครจับได้
แต่ถ้าหากถูกหยิบยกขึ้นมาพูดต่อหน้าสาธารณชนเช่นนี้ สถานการณ์ก็จะเปลี่ยนไป อย่างน้อยก็ไม่มีใครกล้าพูดออกมาว่าไม่มีความผิดฐานนี้
ฉีเซิ่งก็ตระหนักได้ถึงประเด็นนี้เช่นกัน เขาไม่เคยคิดมาก่อนว่าเฉินโหยวจะหยิบยกกฎหมายที่ไม่ธรรมดานี้ออกมาตบหน้าเขาได้ ที่สำคัญคือเขาไม่เคยรู้มาก่อน เลยทำให้รู้สึกสับสนเล็กน้อย
เมื่อมองดูสีหน้าจริงจังของเฉินโหยว ฉีเซิ่งก็รู้สึกเสียใจขึ้นมา
เสียใจที่ก่อนหน้านี้ยั่วยุเฉินโหยวมากเกินไป
เมื่อคนซื่อ ๆ อย่างเฉินโหยวโกรธขึ้นมา ก็ยากจะรับมือยิ่งกว่าคนปกติหลายเท่า
หลังจากครุ่นคิดครู่หนึ่ง ฉีเซิ่งก็เหลือบมองไปที่ท่านแม่ทัพโหว ก่อนจะเอ่ยอย่างร้อนรนออกมา
“เฉินโหยว หากข้ามีความผิดฐานรักตัวกลัวตายดังที่เจ้าว