่า เช่นนั้น ท่านแม่ทัพโหวก็มีความผิดเช่นกัน หากไม่ใช่เพราะท่าน ข้าก็ไม่อาจจากไป ท่านมีความผิดฐานยุยง ท่านควรต้องรับผิดชอบแทนข้าส่วนหนึ่งด้วย”
เมื่อคำพูดนี้หลุดออกมา ทุกคนในที่นั้นเงียบกริบ ต่างมองไปที่ฉีเซิ่งด้วยสายตาตกตะลึง
หยางหลินที่เงียบมานานก็เงยหน้ามองเช่นกัน
หยางเหยียนที่เพิ่งเข้าใจสิ่งที่เกิดก่อนหน้านี้ ก็ตกตะลึงกับคำพูดนี้
แม้เขาจะโง่ แต่ก็รู้ว่าคำพูดนี้ไม่ควรพูดออกมา อย่างน้อยก็ไม่ควรหลุดออกมาจากปากของฉีเซิ่งเอง
ฉีเซิ่งพลันรู้สึกตัว รีบยกมือปิดปาก แต่คำพูดที่หลุดออกมาก็เหมือนน้ำที่สาดออกไปแล้ว ไม่อาจเรียกกลับคืนได้
เฉินโหยวได้ยินดังนั้นก็พูดโดยไม่เปลี่ยนสีหน้า
“ตอนนี้ข้ากำลังร้องเรียนเจ้า หากเจ้ามีข้อสงสัย เจ้าก็สามารถร้องเรียนแม่ทัพโหวเป็นการเฉพาะได้”
“ฮึ”
โหวหย่วนเลี่ยงแค่นเสียงเย็นชา เอ่ยด้วยสีหน้าเรียบเฉย
“ไม่จำเป็นต้องให้เขาร้องเรียน ข้าขอรับผิดในข้อหายุยงนี้เอง”
ที่จริงตอนที่ออกคำสั่งนั้น โหวหย่วนเลี่ยงก็รู้ดีว่าคำสั่งของตนมีปัญหา
แต่ตอนนั้นเขาคิดว่าตัวเองก็เป็นคนตายแล้ว จะมีข้อหาอะไรก็ไม่สำคัญ
เมื่อครู่ที่เฉินโหยวพูดถึงข้อหายุยงเขาถึงได้นึกขึ้นมาได้ แต่ในใจก็ไม่ได้ใส่ใจอะไร อย่างไรเสีย ที่รอดชีวิตมาได้ก็ดีมากแล้ว
แต่คาดไม่ถึงว่าฉีเซิ่งจะหักหลังเขาที่เคยรับผิดแทนและช่วยให้รอดชีวิต
ฉีเซิ่งเห็นสายตาของผู้คนรอบข้าง ในใจก็รู้ว่าตอนนี้พูดอะไรไปก็ไร้ประโยชน์ จึงไม่คัดค้าน