สูงส่ง แต่ก็เหมือนกับผู้ดูแลจวนอัครเสนาบดี ซึ่งแท้จริงแล้วไม่มีอำนาจมากนัก การจัดการเรื่องต่าง ๆ ล้วนต้องอาศัยหน้าตาของเสิ่นจง เหมือนครั้งที่จัดการให้หลี่เต้าเข้าค่ายหวงซา เขาทำได้เพียงอาศัยอำนาจของเสิ่นจงกดดันผู้อื่น
หากเปลี่ยนมาเป็นรองแม่ทัพข้างกายผู้บัญชาการ สถานะก็จะยกระดับขึ้นในทันที
ไม่เพียงแต่จะใกล้ชิดกับผู้บัญชาการอย่างเปิดเผย มีฐานะสูงส่ง ยังได้ถือครองอำนาจที่แท้จริง สามารถควบคุมกองทหารมากมาย
คิดมาถึงตรงนี้ ฉีเซิ่งก็อดไม่ได้ที่จะมองหยางหลินด้วยสายตาเต็มไปด้วยความคาดหวัง
หยางหลินมองหยางเหยียนแวบหนึ่ง ก่อนจะเบนสายตาไปที่ฉีเซิ่ง
ภายใต้สายตาของหยางหลิน ฉีเซิ่งรู้สึกอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก ดวงตาคู่นั้นทำให้เขารู้สึกราวกับถูกมองทะลุปรุโปร่ง เหงื่อเย็นผุดซึมที่แผ่นหลัง
ในตอนที่เขาคิดว่าเกือบจะทนไม่ไหวแล้ว หยางหลินก็ละสายตาไปแล้วถามขึ้น
“เจ้าหนุ่มตระกูลฉี เจ้าคิดว่าตนเองสามารถรับตำแหน่งรองแม่ทัพได้หรือไม่?”
“ฮู่!”
ฉีเซิ่งถอนหายใจยาว นึกถึงเรื่องราวที่เคยได้ยินมาบ้าง เขาพยักหน้าหนักแน่น
“ท่านแม่ทัพหยาง ข้าต้องการตำแหน่งนี้ ข้ารู้ว่าความสามารถของตนเองอาจยังด้อยอยู่บ้าง แต่ข้าจะเรียนรู้ เรียนรู้จากพี่หยางและท่าน รับรองว่าจะกลายเป็นรองแม่ทัพที่เหมาะสมในเวลาอันสั้นที่สุด”
หยางหลินพยักหน้า “ถ่อมตัวแต่ก็มีความมั่นใจดี เพียงแต่ไม่รู้ว่าเจ้าจะมีความสามารถรับมือได้จริงหรือไม่”
ฉีเซิ่งก้มหน้าไม