าและผู้ใต้บังคับบัญชา การทรยศครั้งนี้ชัดเจนเหลือเกิน
แต่ถึงหนีไปได้ ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะปล่อยไป ในเมื่อจับราชาถ่ามู่ได้แล้ว ต่อไปก็ถึงเวลาเก็บเกี่ยวคุณสมบัติอย่างเต็มที่
“เสี่ยวเฮย คนผู้นั้นข้ามอบให้เจ้าพากลับไป อย่าทำให้ตายล่ะ”
หลังจากกำชับเสี่ยวเฮยแล้ว หลี่เต้าก็ไล่ตามไปในทิศทางที่หลินอีหนีไปทันที หลังจากไม่มีราชาถ่ามู่เป็นตัวถ่วงแล้ว หลินอีก็วิ่งหนีได้เร็วขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ด้วยวรยุทธ์ระดับผู้ฝึกยุทธ์เซียนเทียนขั้นปลาย เพียงชั่วพริบตาเขาก็วิ่งออกมาได้ไกลพอสมควร
แต่ทันใดนั้น เขาก็รู้สึกหนาวสะท้านที่แผ่นหลัง ราวกับมีคนจ้องมองอยู่ เมื่อหันกลับไปมอง ก็เห็นคนผู้หนึ่งควบม้าไล่ตามมาด้วยความเร็วสูง
ยิ่งไปกว่านั้น ระหว่างทางที่ไล่ตามเขามา คนผู้นั้นยังลงมือโจมตีทหารที่กำลังหนีอยู่รอบข้างเป็นระยะ
“เป็นไปได้อย่างไร? ทำไมม้าของเขาถึงวิ่งเร็วเพียงนี้!”
หลินอีตื่นตระหนก ตัวเขาที่มีวรยุทธ์ระดับผู้ฝึกยุทธ์เซียนเทียนขั้นปลายกลับวิ่งหนีม้าตัวหนึ่งไม่พ้น แต่ตอนนี้เขาไม่มีเวลาคิดอะไรมากแล้ว หากปล่อยให้อีกฝ่ายไล่ตามด้วยความเร็วเช่นนี้ต่อไป สักพักเขาก็ต้องถูกตามทันแน่
ทันใดนั้น หลินอีเหลือบเห็นบางสิ่ง ดวงตาเปล่งประกาย เขาพลันเปลี่ยนทิศทางวิ่งไปอีกทาง
… ด่านฟู่เฟิงถูกสร้างขึ้น ณ จุดตัดของภูเขาสองลูก
นอกด่านเป็นเส้นทางภูเขายาวสิบหลี่ กว้างหลายร้อยจั้ง นี่จึงเป็นเหตุผลที่ด่านฟู่เฟิงได้ชื่อว่าเป็นเส้