ากเซินเหล่ยและคนอื่นผละจากราชาถ่ามู่แล้วก็รีบปลอมตัวเป็นทหารธรรมดา หนีไปพร้อมกับทหารคนอื่น ๆ ทันที
แม่ทัพผู้หนึ่งกล่าวอย่างอดไม่ไหว
“แม่ทัพเซินเหล่ย พวกเราทำเช่นนี้เหมาะสมหรือ? ทิ้งองค์ราชาไว้แล้วหนีไปเสียเฉย ๆ หากองค์ราชากลับไปแล้วลงโทษพวกเราจะทำอย่างไร?”
เซินเหล่ยหันกลับมาตอบเสียงเรียบ
“นั่นก็ต่อเมื่อองค์ราชายังมีชีวิตรอดกลับไปได้”
เหล่าแม่ทัพของราชาถ่ามู่ “???”
… เมื่อราชาถ่ามู่มองดูพวกเซินเหล่ยหายตัวไป จิตใจของเขาก็จมดิ่งสู่ความสิ้นหวัง
ในตอนนั้นเอง เขาก็สังเกตเห็นหลินอีและองครักษ์คนอื่นที่อยู่ด้านข้าง ราชาถ่ามู่ราวกับคว้าเอาฟางเส้นสุดท้ายที่จะช่วยชีวิตเขาไว้ รีบเข้าไปกุมมือหลินอีแน่น
“หลินอี พวกเจ้าต้องคุ้มครองข้าให้ดี”
“วางพระทัยเถิดฝ่าบาท” หลินอีกล่าว
ในตอนนั้นเอง ราชาถ่ามู่สังเกตเห็นบางสิ่งจากหางตา ใบหน้าแสดงความหวาดกลัวออกมาขณะชี้ไปยังทิศทางหนึ่งพลางตะโกน
“หลินอี เขากำลังไล่สังหารเข้ามา!”
โครม!
เงาของง้าวยักษ์ฟาดลงมา ฟาดลงตรงหน้าราชาถ่ามู่และหลินอี รวมถึงองครักษ์ทั้งหมด สังหารทหารเป่ยมหานที่กำลังหนีไปตามเส้นทางจนหมดสิ้น
เมื่อมองตามรอยบนพื้นไป ก็เห็นชายคนหนึ่งเปลือยท่อนบน รวบผมหางม้าสูง ควบม้าเข้ามาหาพวกเขาช้า ๆ
ชายผู้นั้นถือง้าวยาวในมือ บนนั้นยังมีเลือดสดหยดไม่หยุด สายตาที่มองมายังพวกเขามีรอยยิ้มจาง ๆ
หลี่เต้ามองดูชายที่ถูกองครักษ์หลายนายคุ้มกันอยู่ด้านหลัง แล้วหยุดห่างออก