มาที่ระยะสิบจั้งจากตัวชายผู้นั้น อาจเป็นเพราะกลิ่นอายการฆ่าฟันบนตัวเขาเข้มข้นเกินไป ผู้คนที่กำลังหนีจึงพากันเลี่ยงตำแหน่งที่เขายืนอยู่
หลี่เต้ามองไปยังฝั่งตรงข้าม เอ่ยปากถามว่า “ราชาถ่ามู่?”
เมื่อเห็นสายตาของอีกฝ่าย ราชาถ่ามู่ถึงกับสะดุ้งเฮือกโดยไม่รู้ตัว กลืนน้ำลายลงคอ ไม่กล้าเอ่ยวาจาใด
เมื่อเห็นดังนั้น หลี่เต้าก็พยักหน้าเบา ๆ “ดูท่าเจ้าคงเป็นคนที่ข้าตามหาจริง ๆ”
จากนั้นเขาจึงเหลือบมองไปทางหลินอีและเหล่าองครักษ์ “พวกเจ้า…”
ยังไม่ทันที่หลี่เต้าจะพูดจบ ในชั่วขณะถัดมา ท่ามกลางสายตางุนงงของราชาถ่ามู่ เขาถูกหลินอีผลักออกไปข้างหน้า
ราชาถ่ามู่ถึงกับเดือดดาลตะโกนขึ้นในทันที
“หลินอี เจ้ากำลังทำอะไร? ไม่ใช่สัญญาว่าจะคุ้มครองข้าให้ดีหรอกหรือ?”
หลินอีส่ายหน้าพลางกล่าว
“ฝ่าบาท อย่าดิ้นรนไปเลย ต่อหน้าท่านผู้นี้ หากพวกข้าไม่ป้องกันท่าน ท่านก็ต้องตาย แต่หากพวกข้าป้องกันท่าน พวกข้าก็ต้องตาย แล้วท่านก็ต้องตายด้วยเช่นกัน เหตุใดต้องให้พวกข้าตายตามท่านด้วยเล่า? ดังนั้นขอให้ท่านเสียสละตนเองอย่างไม่เห็นแก่ตัว เพื่อให้พวกข้ารอดพ้นเถิด”
ราชาถ่ามู่ทำหน้าไม่อากจะเชื่อ ไม่กล้าเชื่อว่าเป็นคำพูดที่ออกมาจากปากหัวหน้าหน่วยองครักษ์ของตน จากนั้นก็นึกขึ้นมาได้ จึงตรัสถามทันที
“ถ้าหากพวกเจ้าคิดเช่นนี้ เหตุใดจึงไม่หนีไปพร้อมกับพวกสารเลวเซินเหล่ยแต่แรกเสียเลยเล่า”
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ สีหน้าของหลินอีดูอึดอัดขึ้นมา ก่อน