้น ทหารนายหนึ่งก็ชี้ไปที่หนวดเล็ก ๆ บนคางของราชาถ่ามู่
“เหตุใดหนวดบนคางของเจ้าถึงเหมือนองค์ราชาเช่นนี้?”
หนวดเล็ก ๆ? ราชาถ่ามู่ก้มมองดู แล้วตัดสินใจกระชากหนวดออกอย่างแรง ทนต่อความเจ็บปวดพลางกล่าว
“หนวดนี้เป็นของปลอม ข้าเพียงแต่เทิดทูนองค์ราชาถึงได้ทำเช่นนี้”
ภาพนี้ทำให้เซินเหล่ยและคนรอบข้างถึงกับตาถลน ไม่คิดว่าเพื่อปกปิดตัวตน ราชาถ่ามู่จะทำถึงเพียงนี้
แต่ไม่รู้ว่าทำไม ทั้งที่องค์ราชาของตนกำลังถูกดูหมิ่น แต่เซินเหล่ยและคนอื่น ๆ กลับรู้สึกขบขันในใจ
ในตอนนั้นเอง ทหารอีกนายพลันพูดขึ้น
“เอ๊ะ ท่านคือแม่ทัพเซินเหล่ยใช่หรือไม่?”
เมื่อได้ยินคำพูดนั้น เซินเหล่ยก็ตกใจจนสะดุ้ง รีบส่ายหน้ากล่าวว่า
“ข้าไม่ใช่ อย่าพูดเหลวไหล”
แต่ทหารนายนั้นมองดูอย่างพินิจแล้วตาเบิกกว้าง
“ข้าไม่ได้พูดผิด ท่านคือแม่ทัพเซินเหล่ยแน่นอน ตอนที่บิดาข้านำของกำนัลมาให้ท่าน ข้าก็อยู่ข้าง ๆ ด้วย”
เซินเหล่ย “???”
คำพูดนี้ราวกับเป็นจุดเริ่มต้นของบางสิ่ง ไม่นานนัก บรรดาแม่ทัพเผ่าถ่ามู่ที่เดินทางมาด้วยกันก็ถูกจำตัวได้หมด
“ข้าจำได้ ท่านผู้นี้คือแม่ทัพของพวกเรา”
“คนหน้าอ้วนหูกางผู้นี้คือแม่ทัพของค่ายพวกเรา!”
“ข้าจำได้แม่นยำกว่า เมื่อคืนนี้เองที่เขาแอบเข้ามาในกระโจมพวกเราแล้วจัดการคนไปหลายคน”
“???”
ด้วยคำพูดของเลี่ยชิง ทำให้ราชาถ่ามู่และคนอื่น ๆ ถูกเปิดโปงในทันที ทหารนายหนึ่งนึกบางอย่างขึ้นมาได้ จึงมองไปที่ราชาถ่ามู่ด้วยสีหน้าไม่อ