้านการโจมตีของทหารชนเผ่าเป่ยหมาน
หลังจากการสู้รบอันยาวนาน ทหารธรรมดาล้วนล้มตายกันหมดแล้ว ผู้ที่เหลืออยู่ตอนนี้อย่างต่ำก็เป็นแม่ทัพระดับหัวหน้ากองร้อย
อีกทั้งเมื่อเวลาผ่านไป แม่ทัพระดับหัวหน้ากองร้อยก็เริ่มล้มตายเร็วขึ้น มีเพียงผู้ฝึกยุทธ์ขั้นเซียนเทียนเท่านั้นที่ยังคงสามารถต้านทานกองทัพมหาศาลนี้ได้บ้าง
เมื่อเห็นผู้คนรอบข้างล้มตายมากขึ้นเรื่อย ๆ หัวใจของโหวหย่วนเลี่ยงแทบสลาย เพราะคนเหล่านี้ล้วนเป็นผู้มีความสามารถที่แคว้นอวิ๋นบ่มเพาะมาอย่างยากลำบาก บัดนี้กลับต้องมาตกตายเช่นนี้
ในยามนั้นเอง เมื่อมองดูแม่ทัพที่เหลืออยู่ จู่ ๆ เขาก็เกิดความคิดบางอย่าง
เขาฟันดาบผลักกองทหารเป่ยหมานรอบตัวออกไป แล้วตะโกนดังลั่น “แม่ทัพต้าเฉียนทุกคนที่อายุไม่เกินสี่สิบ จงฟังคำสั่ง!”
เมื่อคำพูดนี้ถูกเอ่ยออกมา สายตาของจ้าวถ่งและคนอื่น ๆ ก็จ้องมองไปที่โหวหย่วนเลี่ยงพร้อมกัน
หลังจากที่โหวหย่วนเลี่ยงรู้สึกถึงสายตาของคนเหล่านั้น จึงเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “ตอนนี้ ข้าในฐานะผู้บัญชาการชั่วคราวของด่านฟู่เฟิง ขอสั่งให้พวกเจ้าถอยทัพกลับไป”
“อะไรนะ!”
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ เหล่าแม่ทัพต้าเฉียนที่เหลืออยู่ต่างสีหน้าเปลี่ยน แสดงความประหลาดใจ ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงมีคำสั่งเช่นนี้
โหวหย่วนเลี่ยงต่อสู้ไปพลางเอ่ยด้วยเสียงแหบพร่าไปพลาง “พวกเจ้ายังเยาว์วัย ยังมีศักยภาพอีกมากมาย ไม่ควรตายในวัยเช่นนี้ ดังนั้นจงถอยทัพกลับไปเถิด รอจนพ