ลังจากฟังคำเหล่านี้จบ ราชาถ่ามู่ครุ่นคิดครู่หนึ่ง จู่ ๆ ก็เอ่ยถามขึ้นว่า “แล้วสถานการณ์ทางกองกำลังสนับสนุนของต้าเฉียนเป็นอย่างไรบ้าง”
เซินต๋ายิ้มน้อย ๆ กล่าวอย่างมั่นใจ “เรื่องนี้ฝ่าบาททรงวางพระทัยได้พ่ะย่ะค่ะ คลื่นความเย็นนั้นหลังจากผ่านด่านฟู่เฟิงแล้วก็พัดตรงลงไปทางแคว้นอวิ๋น ด้วยผลกระทบจากคลื่นความเย็นนี้ การสนับสนุนจากทางต้าเฉียนจะต้องช้าลงอย่างมาก ในเวลาอันสั้นคงไม่มีทางไปถึงด่านฟู่เฟิงได้ และเมื่อพวกเรายึดด่านฟู่เฟิงได้แล้ว ถึงกองกำลังสนับสนุนของต้าเฉียนมาก็ไร้ประโยชน์ ได้แต่มองดูพวกเราตั้งทัพอยู่ที่ด่านฟู่เฟิงเท่านั้น”
เมื่อได้ยินดังนั้น ราชาถ่ามู่ก็แย้มพระสรวลที่ไม่ได้เห็นมานานในช่วงนี้ “ดี! เซินต๋าจงนำคำสั่งของข้าไปบอกเหล่านักรบแนวหน้าของเผ่าถ่ามู่ หากสามารถยึดด่านฟู่เฟิงได้ ทรัพย์สินที่ยึดได้จากต้าเฉียนทั้งหมดจะเป็นของพวกเขาเอง ข้าจะไม่เอาแม้แต่น้อย”
เซินต๋าคุกเข่าคำนับในทันที ร้องว่า “ข้าน้อยขอกราบขอบพระทัยแทนเหล่านักรบแนวหน้าพ่ะย่ะค่ะ”
“ฮ่า ๆ” ข่าวดีที่ยากจะได้ยินนี้ทำให้ราชาถ่ามู่ทรงแย้มพระสรวลอย่างเบิกบาน ขอเพียงแค่สามารถยึดด่านฟู่เฟิงได้ ต่อให้ต้องเสียค่าใช้จ่ายมากเท่าใดก็คุ้มค่า
ในขณะที่ทรงพระสรวลอยู่นั้น ราชาถ่ามู่ก็เหลือบไปเห็นเงาร่างหนึ่ง รอยแย้มพระสรวลจางลงเล็กน้อย พระองค์ตรัสถามขึ้นมา “เซินถู แม่ทัพบอกเจ้าว่าจะใช้เวลาสามวันในการนำหัวของศัตรูกลับมายังเมืองหลวง บ