นเสื้อเช็ดทำความสะอาดอยู่ครู่หนึ่ง เมื่อใบหน้าเจ้าของศีรษะปรากฏชัดขึ้น เขาชะงักไปครู่หนึ่ง จากนั้นม่านตาก็หดเล็กลงทันที มือที่ถือศีรษะอยู่คลายออกโดยไม่รู้ตัว
ตุบ! ศีรษะร่วงลงพื้น กลิ้งออกไป “เซินต๋าเจ้าเห็นชัดแล้วหรือไม่?” เมื่อได้ยินคำถาม เซินต๋าจึงได้สติกลับมา ทันใดนั้นเขาก็คุกเข่าลงกับพื้น กราบทูลราชาถ่ามู่อย่างเลื่อนลอย “ฝ่าบาท เซินถูมิได้พูดผิด นี่คือศีรษะของท่านแม่ทัพจริง ๆ พ่ะย่ะค่ะ”
ตุบ! ราชาถ่ามู่ทรุดตัวลงนั่งกับพื้นทันที ดวงตาเต็มไปด้วยความไม่ยากเชื่อ ท่านแม่ทัพผู้ทรงเกียรติที่มีวรยุทธ์ระดับปรมาจารย์ เหตุใดจึงเหลือเพียงศีรษะ แล้วยังถูกส่งมาถึงเบื้องหน้าเขา ราชาถ่ามู่คิดว่าตนเองกำลังฝันไป
“เป็นไปไม่ได้! นี่มันเป็นไปไม่ได้เด็ดขาด!” ราชาถ่ามู่ลุกพรวดขึ้นยืน ชี้ไปที่ศีรษะพลางตรัสอย่างมั่นใจ “นี่จะต้องเป็นฝีมือของผู้ไม่หวังดีที่จงใจใช้ศีรษะปลอมมาหลอกข้า ด้วยความสามารถของท่านแม่ทัพ ไม่มีผู้ใดสามารถเป็นคู่ต่อสู้ของเขาได้ เว้นแต่จะมีผู้มีวรยุทธ์สูงส่งจากราชสำนักลงมือด้วย ดังนั้นนี่ต้องเป็นของปลอมแน่นอน”
“รายงาน!” ในตอนนั้นเอง มีเสียงดังขึ้นนอกท้องพระโรง และทหารอีกนายก็วิ่งพรวดพราดเข้ามาในท้องพระโรง คุกเข่าลงต่อหน้าทุกคน จากนั้นก็เงยหน้าขึ้นด้วยสีหน้าตื่นตระหนกพลางกล่าวว่า “ฝ่าบาท มีกองกำลังทหารม้าบุกเข้ามาในเมืองหลวงอย่างกะทันหัน”
“อะไรนะ!” ราชาถ่ามู่ตบโต๊ะเสียงดังสนั่น โต๊ะแตกกร