! เสียงดังกึกก้องดึงดูดความสนใจของทุกคนในท้องพระโรง ทุกคนหันกลับไปมอง พบว่าเซินถูชี้นิ้วไปที่ศีรษะ ในดวงตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว ราวกับได้เห็นบางสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง
เมื่อเห็นเซินถูมีท่าทีผิดปกติเช่นนั้น ราชาถ่ามู่จึงตรัสถาม “เซินถู เจ้ารู้จักเจ้าของศีรษะนี้หรือ”
เมื่อได้ยินคำถาม เซินถูก็พูดติดอ่างเสียงสั่น “ท่าน… ท่าน ท่านแม่ทัพ!”
ท่านแม่ทัพ? “ศีรษะนี้มีความเกี่ยวข้องอะไรกับท่านแม่ทัพ” ราชาถ่ามู่ขมวดคิ้วถาม
เซินถูหันกลับมามองราชาถ่ามู่ แสดงสีหน้าเหมือนจะร้องไห้แต่ไร้น้ำตา พูดเสียงสั่นว่า “ฝ่าบาท นี่คือศีรษะของท่านแม่ทัพพ่ะย่ะค่ะ”
เมื่อคำพูดนี้หลุดออกมา ทั้งท้องพระโรงก็ตกอยู่ในความเงียบสงัด ทุกคนกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว สีหน้าของราชาถ่ามู่ก็แข็งค้างในชั่วขณะนั้น
“เป็นไปไม่ได้!” ครู่ต่อมา ราชาถ่ามู่สะบัดมือพลางกัดฟันกล่าว “เซินถู เจ้าอย่าได้พูดจาเหลวไหล จะเป็นไปได้อย่างไรว่านี่คือศีรษะของท่านแม่ทัพ เจ้าคิดว่าข้าจำท่านแม่ทัพไม่ได้หรือ”
เซินถูทรุดตัวคุกเข่าลงที่ด้านล่าง พลางกราบทูลด้วยใบหน้าโศกเศร้า “ฝ่าบาท เซินถูไม่ได้จำผิดแน่นอนพ่ะย่ะค่ะ หากไม่เชื่อ โปรดทอดพระเนตรให้ละเอียดอีกครั้ง”
ราชาถ่ามู่เส้นเลือดที่หน้าผากปูดโปน มีรับสั่งขึ้นมา “เซินต๋าเจ้าช่วยข้าดูที”
“พ่ะย่ะค่ะ” เซินต๋าค่อย ๆ หยิบศีรษะขึ้นมาอย่างระมัดระวัง ปัดเส้นผมที่ปรกอยู่บนใบหน้าออก ไม่สนใจคราบเลือดที่เปื้อน ใช้แข