่านไปนานแล้ว แต่แท้จริงแล้วเพียงแค่ชั่วครู่เท่านั้น
เซินเชียนซานปรับสภาพจิตใจแล้วบุกเข้าโจมตีหลี่เต้าอีกครั้ง
แต่แล้วหลี่เต้าก็เงยหน้าขึ้นมา แม้ร่างกายจะเต็มไปด้วยบาดแผล แต่กลับมีรอยยิ้มบาง ๆ ผุดขึ้นมา ทำให้เซินเชียนซานชะงักไปชั่วขณะ แต่ดาบในมือกลับฟันลงไปอย่างไม่ลังเล
หลี่เต้ายกมือขึ้นป้องกันเหมือนก่อนหน้านี้
และเป็นเช่นเดียวกับครั้งก่อน เขาถูกพลังดาบที่แฝงไปด้วยเจตจำนงทำร้าย
แต่หลังจากได้รับบาดเจ็บ รอยยิ้มบนใบหน้าของเขากลับสดใสยิ่งขึ้น
เซินเชียนซานรู้สึกหงุดหงิดกับรอยยิ้มนั้น จึงเยาะเย้ยว่า “เจ้าหนู เจ้าอยากจะตายด้วยรอยยิ้มหรือไร”
เมื่อได้ยินดังนั้น หลี่เต้าก็พูดขึ้นมาขณะต่อสู้ “ตาเฒ่า เจตจำนงแห่งดาบที่ว่านั่น คงเป็นการผสมพลังวิญญาณกับพลังปราณในร่างกายเจ้าสินะ”
พูดจบดาบวงพระจันทร์ในมือของเซินเชียนซานก็สั่นไหว แต่เขาก็สามารถควบคุมดาบได้อย่างรวดเร็ว “เจ้าหมายความว่าอย่างไร”
หลี่เต้าถอยหลังออกไปร้อยจั้งแล้วลงจากที่สูง ก่อนจะพูดต่อ “เพราะข้าพบว่าการใช้พลังปราณอย่างเดียวนั้น สามารถขับไล่พลังปราณที่บาดแผลของข้าออกมาได้เท่านั้น แต่กลับไม่ค่อยได้ผลกับเจตจำนงแห่งดาบที่เจ้าว่า”
“สุดท้ายข้าจึงพบว่าที่มันไม่ค่อยได้ผลกับเจตจำนงแห่งดาบ ไม่ใช่เพราะมันแข็งแกร่งเกินไป แต่เป็นเพราะในเจตจำนงดาบนั้นแฝงไปด้วยสิ่งพิเศษบางอย่าง นั่นก็คือจิตที่แปลกปลอม”
“ดังนั้นข้าจึงคาดเดาว่า เจตจำนงแห่งดาบที่ว่า น่าจะ