เป็นการที่เจ้าผสมพลังปราณแท้ในร่างกายกับเจตจำนงของเจ้าเข้าด้วยกัน แล้วจึงก่อเกิดเป็นเจตจำนงแห่งดาบขึ้นมา”
ที่ได้ข้อสรุปเช่นนี้ เป็นเพราะหลี่เต้าพยายามใช้เลือดวิเศษรักษาบาดแผลบางส่วน ถึงได้พบว่าเจตจำนงของเขาในเลือดวิเศษเกิดปฏิกิริยากับเจตจำนงแห่งดาบ
ส่วนการรักษาบาดแผลด้วยเลือดวิเศษนั้น คือการที่เขาใช้เจตจำนงของตนจำกัดเจตจำนงในพลังดาบของอีกฝ่าย ทำให้บาดแผลฟื้นฟู
เซินเชียนซานได้ยินคำพูดของหลี่เต้าแล้วชะงักไปครู่หนึ่ง แต่แล้วก็ผุดรอยยิ้มจาง เอ่ยขึ้นว่า “เจ้าเดาไม่ผิด เจตจำนงแห่งดาบเป็นดังที่เจ้าว่า แต่เจ้ารู้แล้วจะทำอย่างไรได้?”
จากนั้นเขาก็เอ่ยเย้ยหยัน “เจ้าเป็นแค่คนที่รู้จักใช้แต่กำลังกาย หรือจะสามารถเรียนรู้เจตจำนงแห่งดาบได้ในสภาพที่ไร้พลังปราณแท้เช่นนี้?”
ได้ยินดังนั้น หลี่เต้าก็ส่ายหน้า “เจตจำนงแห่งดาบข้าเรียนไม่ได้”
“ฮึ ๆ งั้นเจ้าจะบอกว่า…”
เซินเชียนซานยังพูดไม่ทันจบ ก็ได้ยินคำพูดต่อมาของหลี่เต้าดังขึ้นข้างหู
“แม้ข้าจะเรียนเจตจำนงแห่งดาบไม่ได้ แต่พลังง้าวเจ้าเคยได้ยินหรือไม่?”
เจตจำนงแห่งง้าว?
เซินเชียนซานชะงักไป เขามองง้าวมังกรทมิฬในมือของหลี่เต้าอย่างไม่อยากจะเชื่อ เจ้าหมอนี่กำลังพูดถึงง้าวเล่มนี้อย่างนั้นหรือ
เขามีชีวิตอยู่มาร้อยกว่าปีแล้ว ยังไม่เคยได้ยินว่ามีใครฝึกจนเข้าถึงสภาวะเจตจำนงแห่งง้าวได้เลย
เหตุผลน่ะหรือ?
หนึ่ง เพราะง้าวเป็นอาวุธที่ยากต่อการฝึกฝนอย่างยิ่ง การฝึกให้ชำ