าชนเผ่าเป่ยหมานที่มีพละกำลังใกล้เคียงกัน พวกเขาก็ได้แสดงการสังหารฝ่ายเดียวอย่างดุเดือด
อาศัยกองทัพวิญญาณ พวกเขาจบการไล่ล่าครั้งนี้โดยไม่มีการสูญเสียใด ๆ
หลังจากจบเรื่อง หลี่เต้าก็มาปรากฏตัวต่อหน้าทุกคน
“โฮ่ง ๆ!”
เสี่ยวเฮยเห็นคนก็รีบวิ่งเข้ามาประจบทันที
ส่วนหลี่เต้าเห็นเสี่ยวเฮยเต็มไปด้วยเลือดสด ๆ ก็หลบด้วยความรังเกียจ
ดวงตาของเสี่ยวเฮยฉายแววน้อยใจทันที
จางเมิ่งและคนอื่น ๆ เดินมาหลังจากจัดการสนามรบเสร็จ
“พี่ใหญ่ พวกนี้น่าจะเป็นกลุ่มสุดท้ายแล้วกระมัง” เสี่ยวปิงเอ่ยปากถาม
หลี่เต้าพยักหน้า “ใช่ เป็นกลุ่มสุดท้าย”
จางเมิ่งพลันเอ่ยปากขึ้น “แล้วพวกเราจะทำอย่างไรต่อ ตอนนี้ทุ่งหญ้าของเผ่าถ่ามู่มีข่าวของพวกเราแพร่สะพัดไปทั่ว ค่ายหลายแห่งในละแวกนี้ก็หนีไปกันหมดแล้ว”
“หากจะทำต่อ คงต้องไปหาที่ไกล ๆ แล้ว”
ขณะที่หลี่เต้ากำลังจะพูดอะไรบางอย่าง จู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงร้องแหลมดังก้องมาจากท้องฟ้า
“มาแล้ว!”
หลี่เต้าพลันหันกลับไปมองยังที่แห่งหนึ่งในระยะไกล
จางเมิ่งและคนอื่น ๆ ต่างชะงักงัน พวกเขามองตามสายตาของหลี่เต้าไป แต่กลับพบว่าในระยะหลายพันจั้งนั้นว่างเปล่า นอกจากทุ่งหญ้าที่ปกคลุมด้วยหิมะขาวโพลนแล้วก็ไม่มีอะไรเลย
“พี่ใหญ่ ท่านหมายถึงอะไรมาแล้ว” จางเมิ่งเกาหัวถาม
ยังไม่ทันที่หลี่เต้าจะตอบ ชั่วขณะถัดมาทุกคนก็รู้สึกราวกับมีกระแสไฟฟ้าแล่นผ่านทั่วร่าง ขนลุกชันโดยไม่รู้ตัว
ในชั่วขณะนั้น ทุกคนรู้สึกได้ถึงจิตสั