งหารอันหนาแน่นที่โถมทะลักลงมาเหนือศีรษะ ก่อให้เกิดแรงกดดันมหาศาล
“ระวังตัว!”
ในขณะที่จางเมิ่งและคนอื่น ๆ กำลังรู้สึกไม่สบายตัวอย่างมาก เสียงของหลี่เต้าก็ดังขึ้นมาจากด้านข้าง
ทุกคนรู้สึกสะดุ้งทั้งร่าง พลังกองทัพวิญญาณของพวกเขาก็รวมตัวขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ขจัดความรู้สึกกดดันนั้นออกไป
ขณะที่พวกเขาได้สติกลับมาและกำลังจะถามอะไรบางอย่าง จู่ ๆ ก็เห็นว่าหิมะที่ตกอยู่ไกลลิบถูกบิดแล้วกระจายตัวออกจากจุดกลาง ราวกับมีบางสิ่งมากระทำ
ไม่นานนักก็เห็นร่างที่สวมเสื้อคลุมสีดำควบม้ามุ่งตรงมาที่พวกเขา
“ผู้ใดกัน? ศัตรูหรือไม่?” จางเมิ่งขมวดคิ้ว
“หากเป็นศัตรู เหตุใดจึงกล้าบุกเข้ามาเพียงลำพัง” เสวียปิงกล่าว
หลี่เต้าจ้องมองไปที่ร่างนั้น พูดขึ้นช้า ๆ ว่า “เพราะเขาคือผู้ที่สามารถต่อกรกับทหารหมื่นนาย”
“ต่อกรกับทหารหมื่นนาย?” จางเมิ่งชะงัก พึมพำออกมา
ส่วนเสวียปิงที่อยู่ด้านข้างสีหน้าเปลี่ยนไปทันที พูดด้วยความไม่อยากเชื่อ “ต่อกรกับทหารหมื่นนาย! ขั้นปรมาจารย์!”
ทุกคนที่อยู่ในที่นั้นเมื่อได้ยินคำพูดนี้ต่างก็แสดงสีหน้าตกตะลึงเหลือเชื่อออกมา และเข้าใจแล้วว่าทำไมอีกฝ่ายถึงกล้าบุกเข้ามาเพียงลำพัง
เพราะขั้นปรมาจารย์มีอีกชื่อหนึ่งว่า ผู้ต่อกรหมื่นคน
เป็นดังที่ชื่อบ่งบอก มีพลังที่ทัพหมื่นยังต้านทานไม่อยู่
แล้วทหารสามร้อยกว่าคนจะทำให้ปรมาจารย์ผู้เก่งกาจกลัวได้อย่างไร
ดังนั้นประโยคก่อนหน้านี้ควรพูดกลับกัน
พวกเขาสามร้อยกว่าค