วไห่ตงชิงขนาดมหึมาที่กางปีกยาวถึงห้าจั้ง ลำตัวสีดำสนิท ปลายขนแซมด้วยสีขาวเล็กน้อย ดูสง่างามยิ่งนัก
หากเป็นยามปกติ พวกเขาเห็นนกศักดิ์สิทธิ์เช่นนี้ คงถือว่าเป็นลางมงคล แต่ยามนี้ นกศักดิ์สิทธิ์ตัวนี้กลับดูเหมือนปีศาจร้ายในสายตาพวกเขา
“สัตว์เดรัจฉานนี่ อย่าได้บังอาจนัก”
ขณะที่ไป๋เฉียนกำลังจะเข้าใกล้ ผู้นำชนเผ่าเป่ยหมานก็ลงมือทันที มือแม้น้ำดาบยาวฟันออกมาเป็นคลื่นพลังดาบ พุ่งตรงไปยังไป๋เฉียน
ไป๋เฉียนเห็นภาพนั้น ดวงตาสีทองก็ไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย ส่งเสียงร้องยาวหนึ่งครั้ง ก่อนจะควบคุมปีกใหญ่โตให้กระพืออย่างรุนแรง
เห็นเพียงคลื่นพลังดาบที่พุ่งเข้ามาถูกกระแสลมรุนแรงเบี่ยงทิศทางไป
หลังจากนั้น ไป๋เฉียนก็ใช้กรงเล็บจิกเข้าที่ไหล่ทั้งสองข้างของชายผู้หนึ่ง จิกแน่นลึกลงไปในเนื้อแล้วทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าในพริบตา บินออกจากรัศมีการโจมตีของผู้นำชนเผ่าเป่ยหมาน
ไม่นานหลังจากนั้น ก็มีเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดตามมา เงาดำร่างหนึ่งร่วงลงมาจากท้องฟ้า กระแทกลงบนพื้นหญ้าอย่างรุนแรง ร่างทั้งร่างแหลกเละเป็นโคลนตม ตายคาที่
ผู้นำชนเผ่าเป่ยหมานมองศพด้วยสีหน้าขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน แล้วตะโกนขึ้นด้วยความโกรธแค้น “ควบม้าต่อไป! มุ่งหน้าไปทางเมืองหลวง! พวกมันไม่กล้าเข้าใกล้เมืองหลวงหรอก พอกลับถึงเมืองหลวงพวกเราก็จะปลอดภัย”
“ขอรับ!” เหล่าผู้ใต้บังคับบัญชาชนเผ่าเป่ยหมานได้ยินดังนั้นก็พยักหน้าอย่างจริงจัง แต่สายตายยังคงเหลือบ