แม่ทัพใหญ่แล้ว”
พูดจบ เขาก็พบว่าเซินเชียนซานหายตัวไปจากลานเสียแล้ว ไม่รู้ว่าหายไปตั้งแต่เมื่อใด
หนึ่งวันต่อมา บนทุ่งหญ้าที่ปกคลุมด้วยหิมะขาวโพลน หิมะยังคงโปรยปรายลงมาไม่หยุด
กองกำลังม้าที่สวมใส่ชุดของชนเผ่าเป่ยหมานกำลังควบม้าห้อตะบึงไปตามทุ่งหญ้าอย่างบ้าคลั่ง พวกเขาวิ่งไปพลางหันกลับไปมองเป็นระยะ ราวกับมีสิ่งน่าสะพรึงกลัวไล่ล่าพวกเขาอยู่เบื้องหลัง
ทันใดนั้นก็มีเสียงแหลมยาวดังมาจากท้องฟ้า เมื่อเสียงนั้นแว่วเข้าหูของพวกชนเผ่าเป่ยหมาน ทุกคนก็แสดงสีหน้าหวาดกลัวออกมา
ผู้นำชนเผ่าเป่ยหมานรีบพูดขึ้นทันที “ระวังด้านบน ยิงธนู!” เมื่อได้ยินคำสั่ง พวกชนเผ่าเป่ยหมานก็รีบหยิบธนูออกมาจากด้านหลัง
ในตอนนั้นเอง เงาดำขนาดมหึมาก็ปรากฏขึ้นบนท้องฟ้า พุ่งดิ่งลงมาหาพวกเขาด้วยความเร็วสูง
สีหน้าของผู้นำชนเผ่าเป่ยหมานเปลี่ยนไป รีบตะโกนเสียงดัง “มันมาแล้ว รีบยิงมันเร็ว อย่าให้มันเข้ามาใกล้”
พวกคนเป่ยหมานที่เหลือยกธนูขึ้นยิงอย่างไม่ลังเล แต่เมื่อห่าธนูที่ยิงออกไปเข้าใกล้เงาดำบนท้องฟ้า เงาดำนั้นก็เคลื่อนไหวอย่างว่องไวผิดปกติ ร่างกายราวกับสายลมที่พัดผ่านช่องว่างระหว่างลูกธนูไปเรื่อย ๆ ไม่นานก็หลบลูกธนูทั้งหมดได้ แล้วพุ่งดิ่งลงมาดังเดิม
พวกเผ่าเป่ยหมานเมื่อเห็นภาพนั้นสีหน้าก็เปลี่ยนไป รีบจะยกธนูขึ้นยิงอีกครั้ง แต่เพียงชั่วพริบตาเงาดำก็พุ่งลงมาถึงแล้ว
เมื่อมองในระยะใกล้ โฉมหน้าที่แท้จริงของเงาดำก็ปรากฏ มันคือเหยี่ย