นทานได้…”
“พอแล้ว ๆ!” เซินเชียนซานพูดตัดบทเซินถูที่กำลังพูดแบ่งรับแบ่งสู้อยู่
“เจ้าที่ยังไม่ถึงขั้นเซียนต้นอย่าทำเป็นรู้ดีไปหน่อยเลย พลังดาบนั้นไม่ใช่สิ่งที่เจ้าในตอนนี้จะประเมินได้” เขาพูดออกไปตามตรง
“ถูกต้อง ๆ ท่านแม่ทัพใหญ่พูดถูกแล้ว ข้าน้อยโง่เขลาเอง”
เมื่อเห็นท่าทางประจบประแจงของเซินถู เซินเชียนซานก็จิบชาพลางพูดอย่างไม่ใส่ใจนัก “พูดมาตรง ๆ เถอะ ฝ่าบาทจะให้ข้าจัดการใครหรือ”
เมื่อได้ยินดังนั้น เซินถูรีบเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นในท้องพระโรงให้ฟัง ตอนที่เล่าไปได้ครึ่งหนึ่ง เซินเชียนซานที่กำลังพักผ่อนอยู่ก็ชะงักไป หลังจากได้สติก็รีบถามทันทีว่า “เซินหลัวตายแล้วหรือ?”
“เจ้าเมืองเซินหลัวสิ้นชีพที่เมืองบาปเมื่อหนึ่งเดือนก่อน เมืองบาปเองก็ถูกทำลายด้วย” เซินถูพยักหน้า
ปัง! โต๊ะหินข้างตัวเซินเชียนซานแตกกระจาย สีหน้าของเขามืดครึ้มทันที
“หนึ่งเดือนแล้ว เหตุใดจึงไม่มีผู้ใดมาแจ้งข้า”
เซินถูมีสีหน้าลำบากใจ หากไร้คำสั่งจากราชาถ่ามู่ ผู้ใดเล่าจะกล้ารบกวนท่านผู้นี้
เซินเชียนซานดูเหมือนจะเข้าใจในประเด็นนี้ เขาสูดหายใจลึก แล้วจึงค่อยเอ่ยเสียงทุ้ม “บอกข้ามา พวกนั้นอยู่ที่ใด”
เซินถูเล่าสถานการณ์ที่ตนรู้มาอย่างว่าง่าย หลังจากฟังจบ เซินเชียนซานก็ลุกขึ้นยืน สายตาจ้องมองเซินถูพลางกล่าว “ช่วยบอกองค์ราชาด้วย อย่างช้าภายในสามวัน ข้าจะนำหัวของศัตรูกลับมาให้แน่”
เซินถูได้ยินดังนั้นก็ดีใจ รีบกล่าว “งั้นก็รบกวนท่าน