เสวียปิงที่นั่งอยู่ไม่ไกลจากเขาอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถาม
หลี่เต้ายังไม่ทันเอ่ยปาก จางเมิ่งที่อยู่ข้าง ๆ ก็พูดแทรกขึ้นมา “หัวหน้า ข้าว่าในเมื่อพวกเรามาถึงที่นี่แล้ว เหตุใดจึงไม่บุกเข้าไปในเมืองหลวงของเผ่าถ่ามู่เลย จับตัวราชาของพวกมันมาให้ได้”
คิดมาถึงตรงนี้ จางเมิ่งก็อดไม่ได้ที่จะพูดต่อด้วยความปลาบปลื้ม “หากทำเช่นนั้น พวกเราก็จะได้รับความดีความชอบครั้งใหญ่”
“เมื่อพวกเผ่าถ่ามู่ในแดนต้าเฉียนเห็นราชาของตนถูกพวกเราจับตัวไว้ ก็คงจะยอมจำนนอย่างว่าง่าย”
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ ทุกคนที่อยู่ในที่นั้นต่างก็รู้สึกหวั่นไหวขึ้นมา
หากพวกเขาสามารถจับตัวราชาเผ่าถ่ามู่ได้ นั่นคงจะเป็นการสร้างชื่อเสียงให้วงศ์ตระกูลอย่างแท้จริง
ดังนั้นทุกคนจึงมองไปที่หลี่เต้าโดยไม่รู้ตัว
หลี่เต้าเงยหน้าขึ้นมองไปยังกลุ่มคน แล้วกล่าวว่า “พวกเจ้าก็ต้องการบุกเข้าเมืองหลวงของเผ่าถ่ามู่หรือ?”
“อืม อืม”
ทุกคนพยักหน้าพร้อมกัน
ในความคิดของพวกเขา ในเมื่อยึดเมืองบาปได้แล้ว เมืองหลวงก็เป็นแค่เมืองหนึ่ง ย่อมสามารถยึดได้เช่นกัน แค่อาจจะยากขึ้นเล็กน้อยเท่านั้น
เมื่อเห็นปฏิกิริยาของทุกคน หลี่เต้าก้มหน้าลงมาสนใจเนื้อย่างในมือต่อ แล้วกล่าวขึ้น “ความคิดนั้นก็ดี แต่พวกเจ้ารู้หรือว่าจะบุกเข้าเมืองหลวงได้อย่างไร”
“พวกเจ้ารู้หรือไม่ว่าในเมืองหลวงมีกำลังทหารเท่าใด”
“พวกเจ้าลองเดาดูก็ได้ว่าในเมืองหลวงของชนเผ่าใหญ่จะมีผู้ฝึกยุทธ์ขั้นปรมาจารย์หรือไม่”
“