เอ่ยขึ้น ทุกคนที่อยู่ในที่นั้นไม่กล้าตอบคำ จะให้บอกว่าพวกตนเห็นสถานการณ์ไม่ดีเลยหนีไปซ่อนตัวได้อย่างไร
เมื่อเห็นเช่นนั้น รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาก็หยุดชะงักในทันที
“มา จับคนพวกนี้ลากออกไปประหาร ให้ม้าห้าตัวฉุดกระชากจนเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย”
เมื่อได้ยินดังนั้น ทุกคนต่างตกใจจนสีหน้าซีดเผือด รีบวิงวอนขอความเมตตา
“ท่านเจ้าเมือง พวกข้าเป็นผู้บริสุทธิ์”
“มิใช่ว่าพวกข้าไม่อยากปกป้องเมืองบาป เพียงแต่พวกข้าไม่มีกำลังความสามารถพอขอรับ!”
“ใช่แล้วท่านเจ้าเมือง ได้โปรดละเว้นพวกข้าด้วย”
บุรุษผู้นั้นมองกลุ่มคนที่ถูกจับตัวไว้พลางหัวเราะเยาะ “ตอนที่เมืองบาปทำให้พวกเจ้าอยู่ดีกินดี พวกเจ้าแย่งกันเข้ามาจนหัวร้างข้างแตก แต่บัดนี้เมืองบาปถูกทำลายแล้ว พวกเจ้าก็ตกตายตามไปเสียเถิด”
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ กลุ่มคนเหล่านั้นก็เข้าใจในทันทีว่าเรื่องมาถึงจุดนี้แล้ว พูดอะไรไปก็ไร้ประโยชน์
ชั่วขณะนั้นในใจเต็มไปด้วยความเสียใจนับหมื่นพัน หากรู้เช่นนี้แต่แรก พวกเขาก็คงหนีออกจากเมืองบาปไปพร้อมกับคนเหล่านั้นแล้ว
ไม่นานก็มีเสียงร้องโหยหวนด้วยความทรมานดังมาจากด้านนอก
ครู่ต่อมา องครักษ์หลายนายก็เดินเข้ามาในกระโจม
“ท่านเจ้าเมือง พวกนั้นถูกจัดการเรียบร้อยแล้วขอรับ”
ชายหนุ่มพยักหน้าลุกขึ้น “ไปบอกแม่ทัพใหญ่ให้ข้า แล้วจัดการเก็บข้าวของ เตรียมตัวกลับเมืองบาปกับข้า ข้าอยากเห็นกับตาว่าเมืองบาปถูกทำลายจริงหรือไม่”
จนถึงตอนนี้ชายหนุ่มก็ยัง