ถูกพลังอันไร้เทียมทานฉีกเป็นรอยยาวหลายจั้ง
“หัวหน้า ท่านมาช้าเหลือเกิน” จางเมิ่งวิ่งไปไกลแล้วอดบ่นไม่ได้
หลี่เต้าไม่หันหน้ามา แต่พูดว่า “ตอนที่พวกเจ้าลงมือต่อสู้ ข้าก็มาถึงแล้ว”
“แล้วทำไมท่านไม่ออกมา”
“หากข้าออกมาเร็วกว่านี้ พวกเจ้าจะรวมพลังกันเป็นกองทัพวิญญาณได้อย่างไร?”
“กองทัพวิญญาณ?” จางเมิ่งมีสีหน้างุนงง ไม่เข้าใจว่าหมายถึงอะไร
ที่จริงแล้วตอนที่หลี่เต้าเห็นจางเมิ่งกำลังจะสิ้นใจ ธนูไม้เหล็กในมือของเขาก็ได้พาดลูกธนูพร้อมยิงออกไปเพื่อช่วยชีวิตแล้ว
แต่ในตอนที่กำลังจะยิงธนูนั้น จู่ ๆ เขาก็สัมผัสได้ถึงพลังงานที่พุ่งทะยานขึ้นมาจากร่างของจางเมิ่งและคนอื่น ๆ จึงหยุดมือเอาไว้
เพราะหลังจากที่เขาวิเคราะห์อย่างรวดเร็วในหัว ก็จำได้ว่านี่คือกองทัพวิญญาณที่เคยกล่าวถึงในกลยุทธ์ฝูถู
หลังจากเข้าใจถึงผลของพลังกองทัพวิญญาณแล้ว เขาจึงรอจนถึงตอนนี้ค่อยลงมือ
ในตอนนี้ เซินเหลยถอยกลับไปแล้ว จ้องมองหลี่เต้าตาไม่กะพริบ
“เจ้าคือผู้นำของพวกเขาหรือ?”
หลี่เต้าพยักหน้า “ถูกต้อง”
เซินเหลยขมวดคิ้ว จู่ ๆ ม่านตาของเขาก็หดเล็กลง แล้วเอ่ยอย่างตกตะลึง “ท่านคือแม่ทัพเซินถาน!”
แม้ว่าตอนนี้บนใบหน้าของหลี่เต้าจะไม่มีการแต่งหน้าแบบชนเผ่าเป่ยหมานแล้ว แต่เซินเหลยก็ยังมองออกถึงตัวตนที่แท้จริงของหลี่เต้าได้อย่างรวดเร็ว
แต่ตอนนี้จะถูกมองออกหรือไม่ก็ไม่สำคัญแล้ว เพราะอย่างไรก็เปิดไพ่กันหมดแล้ว
“ใช่แล้ว” หลี่เต้ายิ้มบาง ๆ
“ทำไม