แต่ขอร้องหลี่เต้าอีกครั้ง
จู่ ๆ หลี่เต้าก็หันไปมองพี่หลานแล้วเอ่ยว่า “ที่จริงเจ้าไม่จำเป็นต้องรีบตายเช่นนี้”
พี่หลานชะงักงัน มองชายแปลกหน้าผู้นี้อย่างงุนงง นางไม่อาจคิดได้ว่าในสภาพเช่นนี้ยังจะมีคุณค่าใดให้มีชีวิตอยู่อีก
“หากเจ้าเชื่อใจข้า ลองอดทนต่อไปอีกสักระยะ ข้ารู้จักหมอผู้หนึ่งที่มีวิชาแพทย์สูงส่ง บางทีเขาอาจทำให้เจ้ากลับมาเป็นปกติเหมือนคนทั่วไปได้” หลี่เต้ากล่าวต่อ
ผู้ที่เขาพูดถึงไม่ใช่ผู้ใด แต่เป็นเหล่ากุ่ยคนคุ้นเคยที่เคยออกมาจากค่ายนักโทษประหารพร้อมกัน
วิชาแพทย์อันล้ำเลิศของเหล่ากุ่ย แม้แต่ชายยังเปลี่ยนเป็นหญิงได้อย่างสมบูรณ์ การต่อแขนขาก็ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้
“ท่าน ท่านพูดจริงหรือ”
พี่หลานพูดไม่ได้ หงหลิงจึงเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงไม่อยากเชื่อ
“อย่างไรก็ไม่อาจแย่ได้มากไปกว่านี้แล้ว ลองเชื่อสักครั้งจะเป็นไรไป” หลี่เต้าตอบตามตรง
หงหลิงมองพี่หลานด้วยสายตาเปี่ยมความหวัง
พี่หลานจมอยู่ในความลังเลชั่วขณะ เมื่อเห็นแววตาของหงหลิงและลวี่หลัว นางก็ตัดสินใจพยักหน้าในที่สุด
เหมือนดังที่บุรุษข้าง ๆ กล่าวไว้ นางทุกข์ทรมานมาถึงเพียงนี้แล้ว อดทนต่อไปอีกสักหน่อยจะเป็นไรไป
หงหลิงและลวี่หลัวเห็นภาพตรงหน้าก็ร้องไห้ด้วยความดีใจ อดใจไม่ไหวเข้าไปโอบกอดพี่หลานเอาไว้
ในยามนั้น หลี่เต้าพลันเอ่ยปากขึ้น “เช่นนี้แล้ว คืนนี้พวกเจ้าทั้งสามจงพักผ่อนที่นี่ ข้าจะออกไปธุระสักหน่อย”
หงหลิง ได้ยินดังนั้นก็ถามด