วับไปในพริบตา รีบกล่าวว่า “ขออภัยท่านขอรับ ข้าเสียมารยาทแล้ว”
พูดจบ เขาก็โบกมือไปทางด้านหลัง ส่งสัญญาณให้ปล่อยขบวนเข้าเมือง
หลี่เต้าไม่แม้แต่จะมองคนเหล่านี้ เรียกคนของตนที่ยังคงตะลึงอยู่ด้านหลังให้เข้าเมือง
ระหว่างนั้นไม่มีใครขัดขวาง เพราะทุกคนต่างหลบทางให้อย่างว่าง่าย
…
หลังจากขบวนเข้าเมืองบาปไปหมดแล้ว ทหารยามที่ขวางทางก่อนหน้านี้ก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก
“หัวหน้า ทำไมปล่อยให้พวกเขาเข้าไปโดยไม่ตรวจสอบเลยขอรับ?” ทหารยามนายหนึ่งถามด้วยความสงสัย
ทหารยามที่ขวางทางก่อนหน้านี้หันหน้ามาพูดอย่างหงุดหงิด “เจ้าไม่เห็นหรือว่าคนที่ถูกคุมตัวมาท้ายขบวนนั้นเป็นพวกใดกัน?”
“ดูเหมือนจะเป็นชาวต้าเฉียน”
“คนพวกนั้นคือทหารต้าเฉียน ตอนนี้พวกเราเผ่าถ่ามู่กำลังทำศึกกับต้าเฉียน คนที่สามารถคุมตัวทหารต้าเฉียนมายังเมืองบาปได้ ย่อมต้องเป็นคนจากแนวหน้า พวกเขาเพิ่งลงจากสนามรบ เจ้าแน่ใจหรือว่าจะขวางทางถามให้รู้เรื่อง?”
เมื่อพูดถึงตรงนี้ ทหารยามมองไปรอบ ๆ ที่ทหารคนอื่น แล้วพูดว่า “ในเมืองบาปแห่งนี้ พวกเจ้าต้องมีหูตาให้ไว พวกเราเฝ้าอยู่ตรงนี้ได้เงินใต้โต๊ะมากมายและปลอดภัยด้วย อย่าไปติดพันกับคนที่มาจากแนวหน้ามากนัก หากถูกพวกเขาหาเรื่องเข้า พวกเราจะต้องลำบากแย่”
เมื่อได้ยินดังนั้น คนที่เหลือก็พยักหน้าอย่างเข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้าง แต่มีเรื่องหนึ่งที่พวกเขาเข้าใจดี
แม้จะเป็นทหารเหมือนกัน แต่ทหารที่ออกรบแนวหน้ากับทหารที่ไ