้าจะสับมันให้เละเลย” เว่ยอวิ๋นพูดไปพูดมาจนดวงตาแดงก่ำ
“เจ้าไม่เอาแต่ข้าเอา! หากไม่ต้องการเขา ก็ให้อยู่ค่ายเว่ยอู่ของพวกเราสิ ให้ไปอยู่ที่อื่นทำไม?!”
ยิ่งคิดเว่ยอวิ๋นก็ยิ่งโมโห หากเป็นคนที่เก่งกว่าเขาแย่งตัวหลี่เต้าไป เขาก็คงไม่ว่าอะไร เพราะคนย่อมมุ่งสู่ที่สูง น้ำย่อมไหลลงที่ต่ำ ไม่มีใครผิดในเรื่องนี้
แต่การที่ถูกค่ายอันธพาลแย่งไป ทำให้เขารู้สึกไม่ยอมรับอย่างยิ่ง
ทันใดนั้น เขาก็นึกอะไรขึ้นมาได้ รีบเงยหน้าขึ้นพูดว่า “ข้ารู้ว่าระหว่างค่ายสามารถแลกเปลี่ยนคนกันได้ หลี่เต้าเจ้าว่าอย่างไร ให้ข้าหาคนมาแลกเจ้ากลับมาดีหรือไม่?”
หลี่เต้าส่ายหน้า “ไม่เป็นไรแล้ว ค่ายหวงซาเหมาะกับข้า ไม่ต้องลำบากถึงเพียงนั้น”
พอได้ยินคำพูดนี้ เว่ยอวิ๋นรู้สึกเจ็บแปลบในใจ
หลิวเหนิงที่อยู่ข้าง ๆ เห็นท่านแม่ทัพเป็นแบบนี้ก็อดปลอบไม่ได้ “ท่านแม่ทัพอย่าเสียใจไปเลย แต่ละคนย่อมมีเส้นทางของตน ไม่อาจบังคับใครได้”
เว่ยอวิ๋นอดพูดไม่ได้ว่า “แต่จริง ๆ แล้วข้าไม่อยากปล่อยเขาไปเลย”
โดยเฉพาะเมื่อนึกว่าหลี่เต้าเป็นคนมีความสามารถที่เขาขุดค้นมาด้วยตัวเอง แต่กลับถูกคนอื่นแย่งไป เขายิ่งรู้สึกทุกข์ใจ
“ไม่อยากปล่อย?” หลิวเหนิงพูดอย่างจนปัญญา “ถึงไม่อยากปล่อยแล้วจะทำอย่างไรได้ หลี่เต้าเขามีเส้นทางของเขาแล้ว เว้นแต่ว่าพวกเราจะเข้าร่วมกับพวกเขา แต่นั่นคงเป็นไปไม่ได้…”
“ช้าก่อน!” หลิวเหนิงกำลังจะพูดอะไรต่อ แต่ถูกเว่ยอวิ๋นขัดจังหวะขึ้นมาทันท