จ็ด ข้าก็คงตายไปแล้วเช่นกัน ค่ายเว่ยอู่อาจไม่มีอยู่แล้วด้วยซ้ำ”
“น่าเสียดายนัก พวกเราทั้งสองคนต่างก็ไม่ได้ทะนุถนอมชีวิตที่หลี่เต้ามอบให้”
พูดถึงตรงนี้ เว่ยอวิ๋นพลันพึมพำเบา ๆ “หวังว่าหลี่เต้า เจ้านั่นจะไม่ไปที่เมืองจ่างผิง หากเขารู้ว่าพวกเราถูกพวกเป่ยหมานจับได้ทั้งรัง ไม่รู้ว่าจะหัวเราะเยาะพวกเราเช่นไร”
หลิวเหนิงกลับมีท่าทีตรงกันข้าม เขาอดไม่ได้ที่จะพูดว่า “หากให้เจ้านั่นได้หัวเราะเยาะสักครั้งก็คงดี บางทีเขาอาจช่วยพวกเราแก้แค้นก็ได้”
“แก้แค้นหรือ?” เว่ยอวิ๋นนึกถึงภาพตอนที่หลี่เต้าช่วยชีวิตเขาครั้งก่อน จู่ ๆ ก็หัวเราะพลางกล่าว “เป็นไปได้จริง ๆ ด้วยนิสัยของเจ้านั่น สักวันต้องได้ปะทะกับพวกเป่ยหมานแน่”
“แค่ก ๆๆ” ทันใดนั้น ความรู้สึกไม่สบายก็แล่นขึ้นมาในใจ เว่ยอวิ๋นไอติดต่อกันหลายครั้ง จนกระทั่งเลือดคล้ำก้อนหนึ่งถูกขับออกมาจากปาก
“แม่ทัพเว่ย!” หลิวเหนิงรีบร้องเรียกด้วยความเป็นห่วง
“ฮึ!” เว่ยอวิ๋นถอนหายใจยาวพลางโบกมือ “ไม่เป็นไร เพียงแต่ตอนที่ตันเถียนได้รับบาดเจ็บ อาจทำให้อวัยวะภายในพลอยได้รับบาดเจ็บไปด้วย พอขับออกมาแล้วรู้สึกดีขึ้นมาก”
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เขาไม่ทันสังเกตคือ ลมหายใจของตนเองยิ่งอ่อนแรงลงเรื่อย ๆ หลังจากที่ขับเลือดคล้ำออกมา
หลิวเหนิงรับรู้ถึงทุกสิ่งที่เกิดขึ้น ดวงตาพลันแดงก่ำ
เว่ยอวิ๋นฝืนยิ้มพลางกล่าว “เจ้าจะร้องไห้ไปไยกัน ข้ายังไม่ตายเสียหน่อย”
พูดจบ สายตาของเขาก็มองไปยัง