ัตรูก่อนหน้านี้ เว่ยอวิ๋นพลาดท่าโดนโจมตีที่ตำแหน่งตันเถียน
แม้ตันเถียนจะไม่ได้ถูกทำลายจนสิ้น แต่ก็ได้รับความเสียหาย ไม่สามารถรวบรวมพลังปราณในร่างได้ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการใช้พลังปราณควบคุมบาดแผล
ด้วยเหตุนี้เอง เขาถึงถูกจัดให้เป็นคนไร้ค่าและถูกขังรวมกับทหารธรรมดา มิเช่นนั้นสำหรับผู้ฝึกยุทธ์เซียนเทียน สิ่งแรกที่ต้องทำในการคุมขังคือการทำลายกระดูก เพื่อสกัดพลังปราณในร่างของอีกฝ่าย
เมื่อมองดูสหายทหารคนอื่น ๆ ที่อ่อนแรงในกรงขัง หลิวเหนิงเองก็ค่อย ๆ หมดเรี่ยวแรง พึมพำว่า “หรือว่าจะไม่มีหนทางอื่นแล้ว”
เมื่อได้ยินดังนั้น เว่ยอวิ๋นอดไม่ได้ที่จะยิ้มขื่น “จะมีหนทางอะไรอีกเล่า”
ในตอนนั้นเขาคล้ายนึกอะไรขึ้นมาได้ อดไม่ได้ที่จะพูดเสียงต่ำ “ถ้าตอนนั้นหลี่เต้าอยู่ที่เมืองจ่างผิงก็คงดี หากมีเขาอยู่ ผู้ฝึกยุทธ์เซียนเทียนสองคนที่บุกเข้าค่าย คงไม่พอให้เจ้านั่นสู้คนเดียวด้วยซ้ำ”
“หลี่เต้า? เก้าห้าสองเจ็ด?” หลิวเหนิงเอ่ยขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว
เว่ยอวิ๋นยิ้มอย่างอ่อนแรง “เจ้ายังจำได้อีกหรือ หมายเลขนักโทษประหารของเขา”
หลิวเหนิงอดยิ้มไม่ได้ “จะจำไม่ได้ได้อย่างไร เขาเป็นนักโทษประหารคนแรกที่ได้เดินออกจากค่ายเว่ยอู่ ค่ายนักโทษประหารของพวกเรา”
“หากไม่ใช่เพราะเก้าห้าสองเจ็ด ข้าคงตายไปนานแล้ว ไม่มีโอกาสมีชีวิตอยู่จนถึงตอนนี้ด้วยซ้ำ”
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ เว่ยอวิ๋นก็รู้สึกเห็นด้วย พึมพำว่า “ใช่แล้ว หากไม่ใช่เพราะเก้าห้าสองเ