มสงสารอันน่าขันของพวกเจ้าไว้เสียเถิด”
“ข้าจะบอกอะไรพวกเจ้าเป็นครั้งสุดท้าย”
“ผู้ที่มิใช่พวกเดียวกับเรา ย่อมมีจิตใจที่แตกต่าง”
“ความสงสารของพวกเจ้าในวันนี้ อาจกลายเป็นดาบที่แทงทะลุหัวใจพวกเจ้าในวันพรุ่งนี้ก็เป็นได้”
…
ในยามค่ำคืน ทุกคนต่างหลับไปด้วยความรู้สึกที่สับสนซับซ้อน
รุ่งเช้าวันต่อมา ทุกคนตื่นและจัดเก็บข้าวของตรงตามเวลา
หลังจากได้ครุ่นคิดตลอดทั้งคืน พวกเขาก็สามารถเผชิญหน้ากับทุกสิ่งรอบตัวได้อย่างสงบ
แม้แต่การนั่งล้อมวงกินอาหารข้าง ๆ ศพก็ทำได้อย่างปกติ
หลี่เต้ามองดูทุกอย่างแล้วพยักหน้า “กินข้าวเสร็จแล้วก็เดินทางต่อ”
อาจเป็นเพราะผลของเลือดวิเศษทำให้ผู้ที่บาดเจ็บฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว เพียงผ่านไปหนึ่งคืน ผู้ที่บาดเจ็บเล็กน้อยก็หายเกือบหมดแล้ว
ส่วนคนที่บาดเจ็บสาหัสเพียงคนเดียวนั้น นอกจากไม่สามารถเคลื่อนไหวรุนแรงแล้ว ส่วนอื่น ๆ ก็ยังดีอยู่
เสวียปิงมองไปรอบ ๆ ค่ายแล้วถาม “หัวหน้า จะจัดการกับข้าวของที่นี่อย่างไร?”
หลี่เต้ามองดูครู่หนึ่ง ตอนที่พวกเขาทำลายค่ายแห่งนี้ก็ได้ยึดของมาหลายอย่าง แค่ทองและเงินก็มีถึงสิบกว่าหีบ ยังไม่รวมของจิปาถะอื่น ๆ อีก
หลังจากครุ่นคิดครู่หนึ่ง เขาก็เอ่ยว่า “อันไหนเอาไปได้ก็เอาไป อันไหนเอาไปไม่ได้ก็ฝังไว้แล้วทำเครื่องหมาย ส่วนของที่เก็บไว้ไม่ได้ก็เผาทิ้งซะ”
ไม่รู้ค่าของข้าวของเครื่องใช้จนกว่าจะได้เป็นแม่บ้านเอง หากเป็นเพียงตัวหลี่เต้าคนเดียว เขาคงไม่ต้องกัง