ผู้นั้นพลางเอ่ยเสียงเบา “ข้านำบุตรของเจ้ามาให้แล้ว”
คำพูดของเขาราวกับเป็นปุ่มที่เปิดบางอย่าง ทำให้หญิงผู้กำลังจะสิ้นใจลืมตาขึ้นเล็กน้อย
นางพยายามหันศีรษะไปมอง เมื่อสายตามองเห็นทารก มุมปากก็ยกขึ้นเล็กน้อย
หลังจากนั้น ราวกับได้สิ้นห่วงใดใดแล้ว นางมองไปทางหลี่เต้าที่อยู่ข้าง ๆ ริมฝีปากสั่นเล็กน้อย
แม้จะไม่ได้ยินเสียง แต่หลี่เต้าเข้าใจว่านางกำลังขอบคุณเขา
สุดท้าย หญิงผู้นั้นราวกับได้ปลดเปลื้องความเสียใจครั้งสุดท้ายของชีวิต นางแนบแก้มลงบนร่างทารกที่ไร้ลมหายใจ แล้วค่อย ๆ หลับตาลง
เมื่อเห็นภาพตรงหน้า ผ่านไปครู่หนึ่ง หลี่เต้าจึงค่อย ๆ หมุนตัวเดินไปที่บันได
…
หลังจากหลี่เต้าเข้าไปในกระโจม จางเมิ่งและคนอื่น ๆ ก็รออยู่ด้านนอก
จางเมิ่งมองกลุ่มสตรีและเด็กที่บาดเจ็บซึ่งถูกล้อมไว้ เขาสะกิดเสวียปิงที่อยู่ข้าง ๆ แล้วอดถามไม่ได้ว่า “เสวียปิง เจ้าลองทายดูสิว่าหัวหน้าจะจัดการกับคนพวกนี้อย่างไร?”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เสวียปิงมองดูสตรีที่กำลังร้องไห้น่าสงสาร และเด็ก ๆ ที่ซุกตัวอยู่ในอ้อมกอดมารดา
เขาลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนเอ่ยว่า “คงจะไว้ชีวิตสตรี เด็ก และคนชรา แล้วสังหารพวกผู้ชายทั้งหมดกระมัง”
จางเมิ่งคิดสักครู่แล้วพยักหน้า “คิดเหมือนข้าเลย อย่างไรเสียพวกสตรี เด็ก และคนชราก็แทบไม่มีภัยคุกคาม แค่ฆ่าพวกผู้ชายให้หมดก็พอแล้ว”
เสวียปิงกำลังจะพูดอะไรต่อ จู่ ๆ ก็สังเกตเห็นหลี่เต้าเดินออกมาจากในกระโจม
ไม่รู้เพราะ