าแน่”
“ตามที่แม่ทัพจ้าวกล่าว ตอนนี้กองทัพเหล่านี้ใกล้จะถึงด่านฟู่เฟิงแล้ว คาดว่าอีกไม่นานคงเกิดการสู้รบกัน”
จางเมิ่งชะงักงัน เขาไม่คิดว่าเรื่องจะซับซ้อนถึงเพียงนี้ จึงถามต่อ “แล้วพวกเราจะทำอย่างไรดี?”
หลี่เต้าตอบว่า “ในจดหมายแม่ทัพจ้าวบอกว่า ตอนนี้ศัตรูต้องการใช้กำลังทหารปิดล้อมเส้นทางติดต่อระหว่างด่านฟู่เฟิงกับด้านนอก เพื่อสร้างวงล้อม ดังนั้นเขาจึงให้ทางเลือกกับพวกเรา”
“ทางเลือกอะไรหรือ?”
“ให้พวกเราทิ้งค่ายหวงซา รีบเข้าไปด่านฟู่เฟิงก่อนที่วงล้อมของศัตรูจะก่อตัวสมบูรณ์ เพื่อช่วยต้านทานกองกำลังรวมของชนเผ่าเป่ยหมานทั้งสามเผ่า มิเช่นนั้น เมื่อวงล้อมสมบูรณ์ ค่ายทหารของพวกเราที่เมืองหวงซาจะถูกบีบอยู่ระหว่างกองกำลังรวมของฝ่ายตรงข้ามกับกองกำลังเสริมของศัตรู”
พอได้ยินเช่นนั้น จางเมิ่งก็ร้อนใจขึ้นมาทันที “หัวหน้า พวกเรายังรออะไรกันอยู่ รีบสั่งให้คนออกเดินทางเถิด หากถูกขังอยู่ในค่ายหวงซาคงจบเห่แน่”
อย่างไรก็ตาม หลังจากที่เขาพูดจบ กลับพบว่าหลี่เต้าไม่ได้ร้อนใจแต่อย่างใด แต่กำลังครุ่นคิดบางอย่างอยู่
“หัวหน้า?” จางเมิ่งลองเรียกเบา ๆ
หลี่เต้าเงยหน้าขึ้นพูด “จางเมิ่ง”
“ขอรับ!” จางเมิ่งยืนตรงตอบโดยทันที
“เจ้าว่าถ้าพวกเรากลับไปด่านฟู่เฟิงผลลัพธ์ที่ดีที่สุดจะเป็นอย่างไร?”
“ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดหรือ?” จางเมิ่งครุ่นคิดครู่หนึ่ง แล้วตอบว่า “ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดก็คือได้ร่วมกับกองทัพใหญ่ป้องกันด่านฟู่เฟิงมิใช